PRI กางแผนรับมือ “ฐานต้นทุนใหม่” ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจชะลอตัว-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
ซีอีโอประเมินตลาดอสังหาฯ 8 เดือนหลังเผชิญปัจจัยลบกระหน่ำ ทั้งเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ผันผวน ชูยุทธศาสตร์ 6 ด้านเน้นบริหารจัดการต้นทุน-เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล็อกกำไรธุรกิจบริหารทรัพย์สิน 4 หมื่นล้าน เร่งสปีดสู่เป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท พร้อมรุกตลาดภูมิภาคขอนแก่น-ภูเก็ต ภายใต้แนวคิด Living Partner
29 เมษายน 2569 - บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปี 2569 โดยประเมินว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและฐานต้นทุนการดำเนินงานใหม่
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังมีความเปราะบางจากตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูงกว่า 90% ของ GDP ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้ที่ 2–3% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนกำลังซื้อและทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเนื่องจากความกังวลด้านภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปีว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง… ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย จากความกังวลด้านรายได้และภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งฝั่งบริหารทรัพย์สินได้รับผลกระทบชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง วัสดุ และอุปกรณ์ซ่อมบำรุง รวมถึงผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างที่อาจกระทบต่อสัญญา”
เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ภาวะต้นทุนขาขึ้นPRI ได้วางแผนบริหารจัดการต้นทุน (Cost Control) และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่าน 6 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ :
- Cost Optimization: ทบทวนโครงสร้างต้นทุนและบริหารความสัมพันธ์คู่ค้าอย่างใกล้ชิด
- Technology Integration: นำแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบไม้กั้นอัจฉริยะ "Gate Go" มาใช้เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความแม่นยำ
- Supply Chain Diversification: กระจายความเสี่ยงด้านการจัดซื้อเพื่อรองรับความผันผวนของราคาวัสดุ
- Value-Added Services: พัฒนาบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่
- Financial Discipline: บริหารกระแสเงินสดอย่างรัดกุมเพื่อรักษาเสถียรภาพระยะยาว
- Customer Retention: มุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยคุณภาพบริการเพื่อลดความเสี่ยงจากการยกเลิกสัญญา
นอกจากนี้ PRI ยังมองว่าในทุกวิกฤตย่อมเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและเป็นมืออาชีพ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนงานเดิมควบคู่ไปกับการหาพันธมิตรใหม่เพื่อขยายบริการภายใต้แนวคิด "Living Partner" ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจต้นน้ำ (Pre-Living), กลางน้ำ (Living Services) และปลายน้ำ (Living & Earning)
“เรามองวิกฤติเป็นโอกาสขององค์กรที่มีความพร้อม โดยพรีโมยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจ จับมือพันธมิตร ขยายบริการภายใต้แนวคิด Living Partner และรุกตลาดใหม่อย่าง ขอนแก่น และ ภูเก็ต ควบคู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และสร้าง New Growth Engine เพื่อเสริมความแข็งแกร่งระยะยาว”
สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 PRI ตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ "PRIMO TRANSFORMATION ERA" ที่มุ่งเน้นการยกระดับบริการสู่ระดับพรีเมียม และการขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ามูลค่าสูง (High-Value) โดยใช้นวัตกรรมและข้อมูล (Data-Driven) มาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG
นางสุพินท์ กล่าวสรุปถึงความมุ่งมั่นในการรักษามูลค่าทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าว่า“เราพร้อมดูแลครบทุกมิติ ทั้งงานนิติบุคคล ระบบสาธารณูปโภค ความปลอดภัย และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน… มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนความเข้าใจความต้องการที่หลากหลาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความสัมพันธ์ในชุมชน และการเติบโตอย่างยั่งยืน”