โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ชาติ ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อจาก 0.3% สู่ 2.9% กรณีเลวร้าย เงินเฟ้ออาจแตะ 5% เผยธุรกิจกว่า 70% จ่อขึ้นราคาสินค้า จับสัญญาณ ค่าครองชีพพุ่ง

THE STANDARD

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • thestandard.co
แบงก์ชาติ ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อจาก 0.3% สู่ 2.9% กรณีเลวร้าย เงินเฟ้ออาจแตะ 5% เผยธุรกิจกว่า 70% จ่อขึ้นราคาสินค้า จับสัญญาณ ค่าครองชีพพุ่ง

แบงก์ชาติปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้จาก 0.3% สู่ 2.9% เตือนเงินเฟ้ออาจทะลุกรอบเป้าหมายในช่วงสั้นๆ คาดกรณีเลวร้าย เงินเฟ้ออาจแตะ 5% ในปีนี้ เผยผลสำรวจธุรกิจกว่า 70% จ่อขึ้นราคาสินค้า จับสัญญาณ ค่าครองชีพพุ่ง

ประเด็นสำคัญ

  • ผลสำรวจพบธุรกิจ 70% จ่อขึ้นราคา แซงสถิติช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
  • เลือก ‘มองข้าม’ รอบนี้ ชี้ความเสี่ยง Second Round Effect ยังจำกัด
  • เปิดเหตุผลทำไมเลือก ‘คง’ ดอกเบี้ย

วันนี้ (29 เมษายน) ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569 โดยระบุว่า แม้กนง.จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี อย่างไรก็ตาม กนง.ยังให้ความสำคัญและห่วงความเสี่ยงด้าน ‘เงินเฟ้อ’ มากที่สุด

โดยในกรณีฐาน (Base Case) กนง.ได้ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% จาก 0.3% (ในประมาณการเดิมเมื่อธันวาคมปีก่อน) ตามราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนเป็นสำคัญ และจะอยู่สูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3.0% เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570 ภายหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ในปี 2569 ถูกปรับเพิ่มเป็น 1.6% จาก 0.8% ในประมาณการครั้งก่อน

โดยในกรณีเลวร้าย (Worse Case) ซึ่งกนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจจะเติบโตไม่ถึง 1% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะไปสู่ระดับ 5% อย่างไรก็ตาม ดร.ดอนชี้ว่า ฉากทัศน์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ ‘ต่ำ’ จึงไม่ได้พิจารณากรณีดังกล่าวมากนัก

ผลสำรวจพบธุรกิจ 70% จ่อขึ้นราคา แซงสถิติช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

นอกจากนี้ ดร.ดอนยังกล่าวว่า ตามผลการสำรวจของ BSI special ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า ภาคธุรกิจประมาณ 70% มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผลสำรวจช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีภาคธุรกิจระบุว่าจะปรับราคาขึ้นเพียง 60% เท่านั้น

พร้อมทั้งกล่าวว่า เมื่อมองไปข้างหน้า ยามเกิดสงครามขึ้น ค่าครองชีพก็คาดว่า จะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่รายได้ต่อเดือนจะมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการ

ดร.ดอนยังย้ำว่า สาเหตุที่กนง.ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อ เนื่องมาจากธปท. ดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เลือก ‘มองข้าม’ รอบนี้ ชี้ความเสี่ยง Second Round Effect ยังจำกัด

อย่างไรก็ตาม ดร.ดอนย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่า คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางจะมีปัญหา จึง ‘มองข้าม’ การที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะคาดว่า จะเพิ่มขึ้นชั่วคราว และเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบ

ดร.ดอนกล่าวว่า สาเหตุที่สามารถมองข้ามเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานได้นั้น มาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อในฝั่งอุปสงค์เป็นหลัก แต่ไม่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทาน ที่สำคัญกว่านั้น กระบวนการลดลงของภาวะเงินเฟ้อ (Disinflation) ไทยมักเกิดขึ้นเร็ว เพราะอัตราเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานมักอยู่ไม่นาน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย

นอกจากนี้ ดร.ดอนระบุอีกว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเจอผลต่อเนื่องของเงินเฟ้อ (Second Round Effect ของเงินเฟ้อ) ‘จำกัด’ โดยยกตัวอย่างช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนว่า เมื่อช็อกที่มาจากอุปทาน (Supply) รอบแรกหมดไปแล้ว ราคาสินค้าและบริการของไทยบางรายการกลับ ‘ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง’ หรือ ‘ปรับลดลง’ ด้วยซ้ำ

เปิดเหตุผลทำไมเลือก ‘คง’ ดอกเบี้ย

ดร.ดอนยืนยันว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และสามารถรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้หลายฉากทัศน์ พร้อมทั้งอธิบายว่า การปรับขึ้นและปรับลดดอกเบี้ยล้วนมีต้นทุนและมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจทั้งคู่

โดยหากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ยังไม่เห็นสัญญาณเงินเฟ้อคาดการณ์หลุดลอยอย่างชัดเจน จะซ้ำเติมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจและครัวเรือนที่อยู่ระหว่างฟื้นตัว และเปราะบางอยู่เดิม

ในทางตรงกันข้าม หากปรับลดดอกเบี้ยภายใต้บริบทปัจจุบันที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และส่งผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง ซึ่งจะสร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

“ต้องบอกว่า เราปิดประตูอะไรไปไม่ได้ทั้งนั้นนะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นว่าในอนาคตจะมีความเสี่ยงด้านไหนมากกว่ากัน ด้านเงินเฟ้อหรือด้านเศรษฐกิจ แต่ทุกอย่างเรายึดหลัก Data Dependent ต้องติดตามใกล้ชิดว่า จะมีสัญญาณที่ไม่เป็นไปตามคาดหรือไม่ และเราก็ต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสมก็แค่นั้น” ดร.ดอนกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...