โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เตรียมออกพาสปอร์ตที่ระลึกฉลอง 250 ปีชาติ พร้อมภาพ-ลายเซ็น "ทรัมป์"

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (29 เม.ย.2569) The Guardian รายงาน ประเด็นร้อนแรงและถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พิธีเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศเอกราชในเดือน ก.ค.2569 แต่คือการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของ "หนังสือเดินทางสหรัฐฯ" ซึ่งถือเป็นเอกสารที่มีอำนาจและได้รับการยอมรับสูงที่สุดลำดับต้น ๆ ของโลก

โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะมีการออกพาสปอร์ตรุ่นพิเศษที่มีภาพใบหน้าของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมลายเซ็นอยู่ภายในเล่ม

แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า พาสปอร์ตรุ่นประวัติศาสตร์นี้จะถูกใช้เป็น "รุ่นมาตรฐาน" สำหรับผู้ที่เข้ามารับบริการต่ออายุหนังสือเดินทางด้วยตนเอง ณ สำนักงานหนังสือเดินทางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เท่านั้น โดยมีกำหนดการเริ่มแจกจ่ายในช่วงฤดูร้อนของปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการฉลองเอกราชพอดี จุดนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจทำให้พาสปอร์ตรุ่นที่มีรูปทรัมป์กลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่เลือกต่ออายุผ่านระบบออนไลน์หรือใช้บริการ ณ สำนักงานในรัฐอื่น ๆ จะยังคงได้รับพาสปอร์ตลายมาตรฐานเดิม

รายละเอียดตามแบบจำลองที่ได้รับการเผยแพร่ออกมาผ่านสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Fox News และ The Bulwark เผยให้เห็นว่า ปกหน้าด้านในของหนังสือเดินทางจะประกอบไปด้วยภาพใบหน้าของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เคียงคู่กับลายเซ็นของเขาที่พิมพ์ด้วยสีทองอร่าม

สหรัฐฯ เตรียมออกพาสปอร์ตที่ระลึกฉลอง 250 ปีชาติ พร้อมภาพ-ลายเซ็น

ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นภาพวาดฝีมือ เพอร์ซี โมแรน ที่ถ่ายทอดภาพของ ฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ ผู้ประพันธ์เพลงชาติสหรัฐฯ "The Star-Spangled Banner" ขณะเฝ้ามองเหตุการณ์ที่ป้อมแม็กเฮนรี

การขยับภาพลักษณ์ของทรัมป์ขึ้นมาแทนที่สัญลักษณ์ดั้งเดิมจึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสถาปนาภาพลักษณ์ของเขาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณอเมริกันสมัยใหม่

ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่านี่คือส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมฉลองโอกาสประวัติศาสตร์ โดยพาสปอร์ตรุ่นจำกัดจำนวนนี้จะเน้นงานศิลปะที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ มีการยกระดับคุณภาพของภาพกราฟิกให้สวยงามยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย เพราะยังคงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกเช่นเดิม

ขณะที่หน้าปกหลังของพาสปอร์ตจะมีการใช้ภาพวาดประวัติศาสตร์ "The Declaration of Independence" โดยจอห์น ทรัมบูล เพื่อสะท้อนถึงการก่อกำเนิดของชาติ

ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของทรัมป์ได้พยายามผลักดันภาพลักษณ์ของเขาเข้าสู่สถาบันและเอกสารราชการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การอนุมัติเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกรุ่น 250 ปีที่มีใบหน้าของเขา การออกบัตรผ่านอุทยานแห่งชาติที่มีรูปทรัมป์ยืนเคียงข้างบิดาแห่งชาติอย่าง จอร์จ วอชิงตัน ไปจนถึงการเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญอย่างศูนย์เคนเนดีและสถาบันสันติภาพสหรัฐฯ ให้มีชื่อของทรัมป์ปรากฏอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตตั้งข้อสังเกตว่า พาสปอร์ตนั้นต่างจากเหรียญหรือบัตรผ่านอุทยานฯ เพราะเป็นเอกสารระบุตัวตนสากลที่คนอเมริกันต้องใช้ในการเดินทางเข้าออกทุกประเทศทั่วโลก และพาสปอร์ตหนึ่งเล่มมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี นั่นหมายความว่าใบหน้าของทรัมป์จะกลายเป็น "ทูตทางวัฒนธรรม" ที่ปรากฏต่อสายตาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วโลกไปอีกอย่างน้อย 1 ทศวรรษ ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ตาม

การเปิดตัวพาสปอร์ตรุ่นนี้จึงถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ในการตอกย้ำภาพจำของอเมริกาในยุคศตวรรษที่ 21 ภายใต้เงาของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจนที่สุด

อ่านข่าวอื่น :

ไทยร่วมมือสหรัฐฯ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ ลุ้นกลับสู่ Tier 1

กพช.ไฟเขียวค่าไฟ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 2.20 บาท

ยธ.ประชุมพิจารณาพักโทษ "ทักษิณ" ลุ้นติดกำไล EM หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"รถถัง" พร้อมบู๊ "ทาเครุ" แฟนชาวไทยแห่เชียร์ขอ "ร่างทอง" ปรากฏ

51 นาทีที่แล้ว

กกล.ผาเมือง ปะทะขบวนการขนยาเสพติด วิสามัญฯ 2 คน ยึดยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด

54 นาทีที่แล้ว

บุกจับ "แพทย์ชาวเกาหลีใต้" ลอบให้คำปรึกษาศัลยกรรมในไทย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นเตรียมใช้ "หุ่นยนต์" ทำงานภาคพื้นสนามบินแทนมนุษย์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...