“ทรัมป์” สั่งโจมตี “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน
“ทรัมป์” สั่งโจมตีฐานทหาร “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน พร้อมเตือนอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน หากอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 06.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบน Kharg Island ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าสหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะแห่งนี้ หากอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz
ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ว่า กองทัพสหรัฐได้ “ทำลายเป้าหมายทางทหารทุกจุดบนเกาะอย่างสิ้นเชิง” แต่เขาตัดสินใจไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในครั้งนี้ โดยเกาะคาร์กถือเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านราว 90% ของปริมาณทั้งหมด และตั้งอยู่ห่างจากช่องแคบฮอร์มุซไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 300 ไมล์ หรือราว 483 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านหรือประเทศใดก็ตามพยายามขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เขาอาจเปลี่ยนการตัดสินใจทันที โดยกล่าวว่า “หากอิหร่านหรือใครก็ตามแทรกแซงเสรีภาพและความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะพิจารณาการตัดสินใจนี้ใหม่ทันที”
ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อิหร่านไม่มีความสามารถที่จะป้องกันการโจมตีจากสหรัฐได้ พร้อมเตือนกองทัพอิหร่านว่า “กองทัพอิหร่านและผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบอบก่อการร้ายนี้ ควรวางอาวุธลง และรักษาสิ่งที่เหลืออยู่ของประเทศไว้ ซึ่งตอนนี้ก็เหลือไม่มากแล้ว”
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันโลก หลังจากคำแถลงที่เปลี่ยนแปลงไปมาของทรัมป์เกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามกับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าโลกต้องผ่านเส้นทางนี้
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ทรัมป์ยังประกาศผ่อนผันชั่วคราวให้บางประเทศสามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งได้ เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกวิจารณ์จากพันธมิตรของสหรัฐในยุโรป เนื่องจากอาจช่วยให้รัสเซียมีรายได้เพื่อใช้ทำสงครามในยูเครน
เมื่อถูกถามว่ากองทัพเรือสหรัฐจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อใด ทรัมป์ตอบกับผู้สื่อข่าวว่า “มันจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” พร้อมระบุว่า การโจมตีเรือของอิหร่านถือเป็น “ความพยายามเฮือกสุดท้าย” และสหรัฐจะยังคงโจมตีอิหร่านอย่างหนักต่อไปในช่วงสัปดาห์หน้า
หลังจากสงครามดำเนินมาเกือบสองสัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน แต่ยังมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเลบานอน และเพิ่มขึ้นในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องอพยพออกจากบ้าน
กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีพื้นที่ชานเมืองของกรุง Beirut อย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของ Lebanon ระบุว่า ทางการไม่สามารถรองรับผู้ลี้ภัยหลายแสนคนที่หลั่งไหลเข้าสู่เมืองหลวงได้
ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังทิ้งใบปลิวเตือนว่าอาจเกิดความเสียหายระดับเดียวกับสงครามใน Gaza Strip หากการสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังดำเนินต่อไป พร้อมเตือนว่าจะมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของเลบานอนเพิ่มเติม
ด้าน กองทัพสหรัฐ ยืนยันว่า ลูกเรือทั้ง 6 คนบนเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงที่ตกในพื้นที่ทางตะวันตกของ Iraq เสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอลเพิ่มเติม และมีรายงานว่าโดรนอิหร่านบินเข้าสู่หลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ คูเวต อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโอมาน
กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 200 จุดในอิหร่านภายในวันเดียว รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโรงงานผลิตอาวุธ
ขณะเดียวกัน สหรัฐกำลังส่งกำลังเสริมเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มเติม รวมถึงเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli (LHA-7) พร้อมหน่วยนาวิกโยธิน โดยเรือลำดังกล่าวสามารถบรรทุกเครื่องบินขับไล่ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่าจะมีการส่งนาวิกโยธินเพิ่มอีก 2,500 นาย พร้อมกำลังพลเรือเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง
อ้างอิง : www.reuters.com