“เพื่อไทย” ยันยังไม่ถกดีลรัฐมนตรี ขอมุ่งหน้าทำงาน-แก้ปัญหาให้ปชช. โวฟื้นกระแสพรรคใน 4 ปี
วันที่ 14 มีนาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในรัฐบาลชุดใหม่ว่า ในการประชุมพรรควันนี้ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ คุยกันแต่เรื่องการทำงาน โดยเฉพาะการมุ่งเป้าการขับเคลื่อนการทำงานไปข้างหน้า โดยทุกคนในพรรคมีเป้าหมายตรงกัน คือ การมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ทำให้พรรคเข้มแข็ง แข็งแรง มีความนิยมมากขึ้น พร้อมย้ำว่าได้พูดกับสมาชิกทุกคนว่า เราจะเปิดช่องทางในการสื่อสารว่าใครที่จะประสงค์เข้ามาทำงานการเมืองในบทบาทใด เช่น กรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือเป็นวิป เราก็จะรับฟังความคิดเห็น แต่สุดท้ายกระบวนการตัดสินใจอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะชุดเล็ก ซึ่งมีตนและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนความคืบหน้าการจัดสรรรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า ไม่ได้มีการคุยกัน สิ่งที่ปรากฏในสื่อเป็นแค่การคาดเดา อาจจะเป็นการหารือนอกรอบยังไม่ใช่เรื่องทางการ เพราะเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลวันนี้ มีความชัดเจนตั้งแต่พรรคอันดับหนึ่ง มีคะแนนแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเขาเชิญมาเราก็เข้าไปพูดคุยถึงกรอบความคิด เมื่อตรงกันก็ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งวันพรุ่งนี้ วันที่ 15 มีนาคม จะมีการเลือกประธานและรองประธานรัฐสภา ก็คงลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เพราะพูดคุยกันเสร็จแล้ว แต่ในเรื่องตำแหน่งและการแบ่งกระทรวงอาจจะเป็นเรื่องของการคาดเดามากกว่า เนื่องจากยังไม่มีกระบวนการหารือ ซึ่งเดี๋ยวคงคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสมและสามารถเดินหน้าให้กับประชาชนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่คิด
ส่วนนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทยจะสามารถเรียกคะแนนนิยมของพรรคกลับมาได้หรือไม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หากสามารถผลักดันนโยบายได้ จะเปลี่ยนแปลงคะแนนได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน แต่ตนมั่นใจว่าหากทุกคนเห็นผลงานที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดัน จะส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศ นี่คือคะแนนที่ประชาชนน่าจะมอบให้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า
เมื่อถามว่ามองว่ากระทรวงที่ได้มาจะทำคะแนนได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ในอดีตอาจไม่แน่ แต่ปัจจุบันมีเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถทำงานได้เพียงกระทรวงเดียว ดังนั้นไม่ว่าอยู่กระทรวงใดก็สามารถทำผลงานแบบเดียวกันได้ และน่าจะหมดยุคต่างคนต่างทำ ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคี
ด้านนายประเสริฐ กล่าวถึงความมั่นใจที่จะใช้เวลา 4 ปี เพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยกลับคืนมาว่า เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกัน เบื้องต้น 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทำงานอย่างจริงจัง และเราจะใช้อายุรัฐบาลชุดนี้อย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งได้กำชับ สส.ว่า การเมืองวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการประชาชน และต้องแก้ไขปัญหาประชาชนได้จริง ส่วนจะมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถทำให้พรรคกลับมาอยู่จุดเดิมที่เคยเป็นได้ นายประเสริฐ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั้งสมาชิกและพรรคต้องช่วยกัน ทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยก็หวังที่จะให้พรรคเติบโตขึ้น และพรรคเพื่อไทยเองเคยเป็นพรรคใหญ่ในอดีต วันนี้ก็มีความมุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรให้พรรคมีพัฒนาการที่จะเติบโตขึ้นภายใน 4 ปีนับจากนี้