กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายใหม่เช็กบิลคอลเซ็นเตอร์ โทษหนัก “คุกตลอดชีวิต”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่องวันที่ 14 มี.ค. ว่า กระทรวงข้อมูลข่าวสารกัมพูชา ออกแถลงการณ์ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งมี พล.อ.ฮุน มาเนต เป็นประธาน เห็นชอบร่างกฎหมายต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ฉบับแรกของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการต้มตุ๋นข้ามชาติ ที่ใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก
ร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดบทลงโทษที่เด็ดขาดและครอบคลุมทุกระดับชั้นของขบวนการ โดยระดับแกนนำรับโทษจำคุกระหว่าง 5-10 ปี และปรับเป็นเงินสูงสุด 1,000 ล้านเรียล (ราว 8 ล้านบาท)
หากคดีพัวพันความรุนแรง หมายถึงมีการทารุณกรรม กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือค้ามนุษย์ร่วมด้วย โทษจะเพิ่มเป็นจำคุก 10-20 ปี และเป็นเงินสูงสุด 2,000 ล้านเรียล (ราว 16 ล้านบาท)
ยิ่งไปกว่านั้น หากปฏิบัติการต้มตุ๋นนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้เสียหายหรือแรงงาน ผู้บงการใหญ่ต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 15-30 ปี และอาจเพิ่มเป็น "จำคุกตลอดชีวิต"
ขณะที่เจ้าของอาคารซึ่งปล่อยเช่าให้ทำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ หรือเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งให้การคุ้มครอง จะต้องรับผิดชอบทางอาญา โดยไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้เห็นได้
นายชัย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการปราบปรามอย่างเข้มข้น เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ทางการสั่งปิดศูนย์ฉ้อโกงไปแล้วประมาณ 250 แห่ง และกาสิโนอีก 91 แห่ง พร้อมทั้งส่งกลับชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องมากกว่า 10,000 คน และรัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะปิดศูนย์หลอกลวงออนไลน์ทุกแห่ง ให้หมดไปจากประเทศภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้
อนึ่ง พล.อ.ฮุน มาเนต ยืนยันว่า กัมพูชาไม่ได้พึ่งพาเศรษฐกิจสีเทาเหล่านี้ และย้ำว่าธุรกิจมืดกำลังทำลายชื่อเสียงรวมถึงสภาพแวดล้อมการลงทุนของประเทศอย่างรุนแรง การคลอดกฎหมายใหม่นี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า "กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์ของอาชญากรอีกต่อไป".
เครดิตภาพ : AFP