โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ลงนามงบ DHS ปิดฉากชัตดาวน์ 11 สัปดาห์ หลังสภาฝ่าความขัดแย้งผ่านกฎหมาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

“ทรัมป์” ยุติภาวะชัตดาวน์บางส่วนของหน่วยงานความมั่นคง หลังงบเกือบหมดท่ามกลางแรงกดดันด้านความปลอดภัย แต่ความขัดแย้งเรื่องงบตรวจคนเข้าเมืองยังไม่จบ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.49 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณสำหรับหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในประเทศ (DHS) เมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้สถานการณ์ชัตดาวน์บางส่วนที่กระทบการดำเนินงานของหน่วยงานดังกล่าวยาวนานเกือบ 11 สัปดาห์สิ้นสุดลง โดยกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมหน่วยงานสำคัญ เช่น หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) และสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA)

ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรครีพับลิกัน ลงมติผ่านร่างกฎหมายที่วุฒิสภาอนุมัติแล้วอย่างเป็นเอกฉันท์ หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มอนุรักษนิยมในพรรครีพับลิกันปฏิเสธที่จะนำร่างกฎหมายขึ้นพิจารณานานกว่าหนึ่งเดือน

การผ่านกฎหมายมีขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เตือนว่า งบประมาณที่มีอยู่กำลังจะหมดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในสนามบินและเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงของประเทศ โดยถือเป็นชัยชนะทางการเมืองของทรัมป์ และ John Thune ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ที่กดดันให้สภาผู้แทนฯ ผ่านร่างกฎหมายโดยไม่แก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายฉบับนี้จะจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงาน DHS ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นสิ้นปีงบประมาณ โดยครอบคลุมหน่วยงานสำคัญ เช่น FEMA หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์

แรงกดดันให้เร่งผ่านกฎหมายเพิ่มขึ้นหลังเกิดเหตุยิงกันในงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอัยการระบุว่าผู้ก่อเหตุพยายามลอบสังหารทรัมป์ ขณะเดียวกันสำนักงานงบประมาณของทำเนียบขาวเตือนว่า หากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติม หน่วยงานด้านความมั่นคงอาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญแรงต้านจากสมาชิกรีพับลิกันสายแข็ง เนื่องจากไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองอย่าง ICE และ Border Patrol ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิงพลเมืองสหรัฐเสียชีวิตในเมืองมินนีแอโพลิส

ในที่สุด ผู้นำพรรครีพับลิกันสามารถคลี่คลายความขัดแย้งได้บางส่วน ด้วยการผ่านกรอบงบประมาณมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเตรียมจัดสรรงบให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองแยกต่างหาก และเตรียมผลักดันกฎหมายดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม โดยใช้กระบวนการ “budget reconciliation” เพื่อหลีกเลี่ยงการคัดค้านจากพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา

ที่ผ่านมา หน่วยงาน ICE และ Border Patrol เคยได้รับงบประมาณมากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์ผ่านกลไกเดียวกัน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งกลับผู้อพยพจำนวนมากของทรัมป์

ทั้งนี้ งบประมาณของหน่วยงาน DHS ส่วนใหญ่หมดลงตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังการเจรจาระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยเดโมแครตต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกับตำรวจทั่วไป เช่น ต้องมีหมายศาลก่อนเข้าตรวจค้นที่พักอาศัย

แม้จะสามารถผ่านกฎหมายได้ในที่สุด แต่กระบวนการดังกล่าวสะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองในสภาคองเกรสสหรัฐที่ยังคงรุนแรง โดย Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนฯ ต้องเผชิญความท้าทายในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...