โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” เปิดเผยครั้งแรก ทุ่มงบทำสงครามอิหร่านแล้ว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 03.45 น.

"สหรัฐ" เปิดเผยครั้งแรก ทุ่มงบทำสงครามอิหร่านแล้ว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลกระทบราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง กระทบคะแนนนิยมของทรัมป์ ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม

วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 10.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สงครามของสหรัฐในอิหร่านได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายแล้วอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการครั้งแรกเกี่ยวกับต้นทุนของความขัดแย้งครั้งนี้ โดยตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับงบประมาณทั้งปีขององค์การนาซา

จูลส์ เฮิร์สต์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้ควบคุมงบประมาณ (comptroller) ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของสภาผู้แทนราษฎรว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับยุทโธปกรณ์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการแจกแจงรายละเอียดว่าได้รวมต้นทุนการซ่อมแซมหรือฟื้นฟูฐานทัพในตะวันออกกลางที่ได้รับความเสียหายจากสงครามหรือไม่

ด้าน Adam Smith สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงของคณะกรรมาธิการดังกล่าว ระบุว่าสภาคองเกรสเรียกร้องข้อมูลนี้มาเป็นเวลานาน พร้อมชี้ว่าการเปิดเผยตัวเลขครั้งนี้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนหน้านี้

แม้จะมีการเปิดเผยตัวเลขดังกล่าว แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ เนื่องจากแหล่งข่าวเคยระบุว่า เพียง 6 วันแรกของสงครามก็มีค่าใช้จ่ายแล้วอย่างน้อย 11,300 ล้านดอลลาร์ ภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาปกป้องค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยตั้งคำถามต่อฝ่ายนิติบัญญัติว่า “คุณจะยอมจ่ายเท่าไร เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมย้ำว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ “หล่มสงคราม” ตามที่ฝ่ายเดโมแครตวิจารณ์

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และปัจจุบันทั้งสองฝ่ายอยู่ในช่วงหยุดยิงที่เปราะบาง โดยสหรัฐได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมหลายหมื่นนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง รวมถึงการคงกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 3 ลำในภูมิภาค

จนถึงขณะนี้ มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 13 นาย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนจากสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี รวมถึงกระทบราคาสินค้าเกษตร เช่น ปุ๋ย

ในมิติการเมือง สงครามดังกล่าวกลายเป็นประเด็นกดดันสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยผลสำรวจ Reuters/Ipsos ล่าสุดพบว่า มีเพียง 34% ของชาวอเมริกันที่สนับสนุนความขัดแย้งกับอิหร่าน ลดลงจาก 38% ในเดือนมีนาคม สะท้อนความนิยมของทรัมป์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...