โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BWG ชี้แจงปมดราม่าไฟไหม้บ่อขยะ ยันสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ไม่ใช่ก๊าซสะสม

77kaoded

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 10.44 น. • 77 ข่าวเด็ด

ผู้บริหาร บ่อขยะสารพิษ ชี้แจงปมดราม่าเหตุเพลิงไหม้ ยันไม่ใช่วิกฤตหนักตามข่าวลือ

จากกรณีเพลิงไหม้บ่อขยะกากสารพิษของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ที่จังหวัดสระบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดกระแสข่าวและข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ที่สร้างความตื่นตระหนกและเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรุนแรงของเหตุการณ์นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 คณะผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป นำโดย คุณศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ และคุณปราโมท กันโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ พร้อมทีมผู้บริหาร ได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ บริษัท Better World Green Public Company Limited ตำบลหนองปลาไหล อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อชี้แจงกรณีที่สื่อโซเชียลหลายสำนักนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนจากความเป็นจริง โดยผู้บริหารระดับสูงยอมรับว่าเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดจากกระแสไฟฟ้ารัดวงจรบริเวณหม้อแปลงตัวกระจายสเปรย์ดับกลิ่นที่ติดตั้งอยู่ภายในบ่อขยะ เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลให้หม้อแปลงช็อตและเกิดเปลวไฟลุกลามไปติดผ้าคลุมบ่อขยะ ซึ่งเป็นวัสดุคลุมประเภท HDPE (High-Density Polyethylene) ประกอบกับมีกระแสลมแรง ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขจุดที่เป็นสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจรแล้ว และจะเพิ่มอุปกรณ์จับความร้อนบริเวณบ่อขยะให้ครอบคลุมทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 10-12 ล้านบาท ทั้งนี้ การควบคุมเพลิงใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ได้มีการดับเพลิงหลายครั้งตามกระแสข่าวที่ระบุว่าไม่สามารถดับได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ด้านผลกระทบต่อชุมชนและการอพยพ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ชุมชนอย่างเร่งด่วน พร้อมนำอุปกรณ์ป้องกันมลพิษทางอากาศ เช่น หน้ากาก ไปมอบให้ชาวบ้าน และแจ้งข้อมูลตามข้อเท็จจริงเพื่อให้ชาวบ้านประเมินความเสี่ยงและป้องกันตนเอง จากการสำรวจพบว่าไม่มีเหตุการณ์ที่ชาวบ้านต้องอพยพย้ายถิ่นฐานตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด มีเพียงชาวบ้าน 1 รายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงเท่านั้นที่ญาติมีความประสงค์ให้ช่วยขนย้ายไปพักที่รีสอร์ทเป็นการชั่วคราวด้วยความกังวลด้านความปลอดภัย แต่ขณะนี้ได้กลับมาพักที่บ้านตามเดิมแล้ว ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการอพยพหลายร้อยคนนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด บริษัทได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการหมักหมมหรือการสะสมของก๊าซจากขยะตามที่เข้าใจผิด เนื่องจากขยะที่นำเข้าสู่กระบวนการกำจัดของบริษัทได้ผ่านขั้นตอนการผสมกับผงซีเมนต์และอัดเป็นก้อน (Solidification) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดไฟและทำให้วัสดุมีความเสถียร ไม่สามารถลุกติดไฟได้โดยง่าย นอกจากนี้ ในวันเกิดเหตุ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดและลดผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบให้มากที่สุด

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...