“อินเดีย” กลับมาส่งออกข้าวสาลีครั้งแรกในรอบ 4 ปี รับโอกาสราคาตลาดโลก-ค่าขนส่งพุ่ง
"อินเดีย" กลับมาส่งออกข้าวสาลีครั้งแรกในรอบ 4 ปี จากสต็อกที่ฟื้นตัวและโอกาสตลาดโลกเปิด แต่ราคาภายในประเทศที่ยังสูงอาจจำกัดความสามารถแข่งขันในระยะถัดไป
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.14 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ค้าข้าวสาลีของ India เริ่มกลับมาส่งออกข้าวสาลีอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังสต็อกในประเทศฟื้นตัว ประกอบกับราคาตลาดโลกและค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้น เปิดโอกาสให้มีการส่งออกในปริมาณจำกัดไปยังเอเชียและตะวันออกกลาง
บริษัท ITC Limited ได้เริ่มขนส่งข้าวสาลีประมาณ 22,000 ตัน จากท่าเรือกันดลาไปยัง United Arab Emirates นับเป็นดีลส่งออกครั้งสำคัญหลังการยกเลิกข้อจำกัด
อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจาก China ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2565 หลังเผชิญคลื่นความร้อนกระทบผลผลิต ทำให้ราคาภายในประเทศพุ่งสูง
มาตรการควบคุมยังถูกขยายต่อในปี 2566-2567 แต่สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในปีที่ผ่านมา ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถฟื้นสต็อก และกลับมาเปิดทางส่งออกได้อีกครั้ง รัฐบาลของนเรนทรา โมดี ได้อนุญาตโควตาส่งออกข้าวสาลีรวม 5 ล้านตันในปีนี้
แม้ก่อนหน้านี้ราคาข้าวสาลีอินเดียจะสูงกว่าตลาดโลก ทำให้ผู้ค้าชะลอการทำสัญญา แต่ความขัดแย้งในอิหร่าน ได้ผลักดันค่าขนส่งให้สูงขึ้น และทำให้ผู้ซื้อบางรายที่ต้องการสินค้าด่วนหันมาพึ่งอินเดีย ดีลล่าสุดกับ UAE มีราคาประมาณ 275 ดอลลาร์ต่อตัน (FOB)
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ มองว่า อินเดียไม่น่าจะเห็นการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาภายในประเทศยังปรับสูงขึ้นจากความเสียหายของผลผลิต ทำให้ข้าวสาลีอินเดียมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง
*ข้าวสาลีจากออสเตรเลียและภูมิภาคทะเลดำ มีราคาประมาณ 290–300 ดอลลาร์ต่อตัน (รวมค่าขนส่ง) ซึ่งยังแข่งขันได้มากกว่า โดยข้าวสาลีอินเดียมีราคาสูงกว่าประมาณ 20 ดอลลาร์ต่อตัน*
ผู้ซื้อที่มีสต็อกเพียงพอจากแหล่งอื่น เช่น ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา หรือทะเลดำ อาจไม่เลือกซื้อจากอินเดีย กลุ่มที่มีแนวโน้มซื้อคือผู้ที่ต้องการสินค้าระยะสั้น และต้องการส่งมอบภายใน 30-45 วัน
อ้างอิง : www.reuters.com