Morgan Stanley ชี้กำไรบริษัท S&P 500 พุ่ง นำโดยเทค-AI กลบแรงวิตกสงคราม
Morgan Stanley ชี้กำไรบริษัทใน S&P 500 ปรับเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ช่วยกลบแรงกังวลจากสงครามอิหร่าน ขณะที่การลงทุน AI ยังเร่งตัว หนุนแนวโน้มกำไรตลาดในระยะถัดไป
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักกลยุทธ์จาก Morgan Stanley ระบุว่า ผลประกอบการของบริษัทสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี กำลังช่วยลดแรงกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกดดันตลาดหุ้น
ทีมวิเคราะห์ที่นำโดย Michael Wilson ระบุในรายงานว่า การปรับประมาณการกำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 ได้ปรับเพิ่มขึ้นในหลายช่วงเวลาในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยประมาณการไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่คาดการณ์กำไรสำหรับปี 2569 และช่วง 12 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้น 3% และ 4% ตามลำดับ
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ให้ผลลัพธ์แข็งแกร่ง โดยบริษัทใน S&P 500 มีค่าเฉลี่ยกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าคาด 6% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 4 ปี
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (hyperscalers) และผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความแข็งแกร่งนี้ จากความต้องการใช้บริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคำสั่งซื้อที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น เพราะยังเห็นการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรในกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภคเชิงวัฏจักร สะท้อนการขยายตัวของกำไรที่กว้างขึ้น
ในด้านความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน นักวิเคราะห์ มองว่าผลกระทบจะเกิดแบบเฉพาะรายบริษัทมากกว่าจะกระทบทั้งระบบ โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ขณะที่กลุ่มพลังงานกลับได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรโดยรวมของตลาด
แม้ว่ากำไรจะยังแข็งแกร่งและตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนกังวล โดยหุ้นเพียง 7 ตัว สร้างผลตอบแทนถึงประมาณ 80% ของดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ต้นปี
ขณะเดียวกัน นักกลยุทธ์จาก Goldman Sachs Group Inc. นำโดย Ben Snider ระบุว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว โดยนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการการใช้จ่ายของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มฤดูกาลประกาศผลประกอบการ
“การเพิ่มขึ้นของประมาณการการใช้จ่ายกำลังผลักดันให้ประมาณการกำไรของบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งช่วยยกระดับแนวโน้มกำไรของตลาดโดยรวม และทำให้ความเสี่ยงต่อประมาณการ EPS ของ S&P 500 มีแนวโน้มไปในทางบวก” ทีมวิเคราะห์ระบุ
อ้างอิง : www.bloomberg.com