โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปลี่ยนทิศ! “อาเซียน” เร่งหาน้ำมันแหล่งใหม่ หลังตะวันออกกลางสะดุด ไทย-เวียดนามกระทบหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เปลี่ยนทิศ! "อาเซียน" เร่งหาน้ำมันแหล่งใหม่ หลังตะวันออกกลางสะดุด ไทย-เวียดนามกระทบหนัก หลายประเทศต้องหันพึ่งสหรัฐ-แอฟริกา-อาเซียนเอง

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.57 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งปรับแหล่งนำเข้าน้ำมัน จากเดิมที่พึ่งพาตะวันออกกลาง หันไปยังซัพพลายเออร์ทางเลือก เช่น Brunei Libya และ United States เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ หลังเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างไทยและเวียดนามต้องเร่งกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน

ไทยลดพึ่ง UAE หันนำเข้าจากบรูไน-ลิเบียเพิ่ม

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ไทยนำเข้าน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจาก United Arab Emirates ลดลงมากกว่า 50% ในเดือนเมษายน เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียง 160,000 บาร์เรลต่อวัน

ขณะเดียวกัน ไทยเพิ่มการนำเข้าจากบรูไนเป็น 71,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมแทบไม่มีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2018 และนำเข้าจากลิเบียเพิ่มขึ้น 28% เป็นเฉลี่ย 113,000 บาร์เรลต่อวัน

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ยังชี้ว่า ไทยลดการนำเข้าน้ำมันจาก Saudi Arabia ลง 43% ขณะที่นำเข้าจากลิเบียเพิ่มขึ้นถึง 54% และเริ่มนำเข้าจากประเทศใหม่ เช่น อาร์เจนตินา และกายอานา

เวียดนามนำเข้าทรุดหนัก หลังพึ่งคูเวตสูง

เวียดนามถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากกว่า 80% ของการนำเข้าน้ำมันในปีที่ผ่านมา มาจาก Kuwait ซึ่งการส่งออกแทบหยุดชะงัก ปริมาณนำเข้าของเวียดนามลดลงเหลือ 159,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน จาก 375,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อสองเดือนก่อน โดยหันไปนำเข้าจากประเทศอย่างแองโกลา อาร์เจนตินา ไอวอรีโคสต์ และสหรัฐ

โรงกลั่นน้ำมันในจังหวัดแทงฮวา ซึ่งดำเนินการโดยNghi Son Refinery ระบุว่า มีน้ำมันเพียงพอสำหรับดำเนินการถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น Idemitsu Kosan ที่จัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ราว 4 ล้านบาร์เรล

สิงคโปร์ลดนำเข้า 61% หันพึ่งสหรัฐ-บรูไนขึ้นแท่นฮับใหม่

Singapore ซึ่งเป็นศูนย์กลางเติมเชื้อเพลิงเรือและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรายใหญ่ของโลก ปรับลดการนำเข้าน้ำมันลงถึง 61% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ เหลือประมาณ 388,000 บาร์เรลต่อวัน

ปัจจุบันมากกว่า 60% ของน้ำมันนำเข้าของสิงคโปร์มาจากสหรัฐ ขณะที่บรูไนกลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันในภูมิภาค โดยส่งออกสูงถึง 105,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน สูงสุดในรอบ 5 ปี

นักวิเคราะห์จาก Kpler ระบุว่า รัสเซียกำลังกลายเป็นอีกแหล่งน้ำมันสำรองสำคัญของเอเชีย แต่ปริมาณที่มีอยู่ในตลาดยังจำกัด และไม่น่าจะเพียงพอแก้ปัญหาขาดแคลนได้ทั้งหมด

แม้จะเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงาน แต่เศรษฐกิจอาเซียนยังคงเติบโตด้านการส่งออกอย่างแข็งแกร่ง ไทยส่งออกทำสถิติสูงสุด 3.51 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 18.7% ด้านเวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้น 20% จากภาคการผลิต ขณะที่มาเลเซียเพิ่มขึ้น 8.3% สิงคโปร์ส่งออก (ไม่นับน้ำมัน) เพิ่มขึ้น 15.3%

นักเศรษฐศาสตร์จาก HSBC ระบุว่า กระแสความต้องการเทคโนโลยีและ AI ช่วยหนุนเศรษฐกิจประเทศที่พึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม อย่างมีนัยสำคัญ แม้ประโยชน์จะกระจายไม่เท่ากันในภูมิภาค

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...