โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SAFE ไตรมาส 1/2569 กำไรแตะ 34 ลบ. เพิ่มขึ้น 13%

ทันหุ้น

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 04.45 น.

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAFE ไตรมาส 1/2569 กำไรแตะ 34 ลบ. เพิ่มขึ้น 13% ผลจาก IVF ปรับตัวดีขึ้น – รุกขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ชูจุดเด่น PGTseq-A เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หนุนผลงานปี 69 ทะลุเป้า 10%

บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) โชว์ผลงาน Q1/69 กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% QoQ มีรายได้จากการขายและให้บริการ 174.1 ล้านบาท จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟากบิ๊กบอส “นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์” ระบุแนวโน้มธุรกิจคลินิกเพื่อการมีบุตร เริ่มมีสัญญาณของการเติบโต จากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง PGTSeq-A ดึงดูดลูกค้า เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10%

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือ 13% เทียบกับไตรมาส 4/2568 และมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 174.1 ล้านบาท

ปัจจัยที่ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไร (Margin) เติบโตดีขึ้น รวมทั้งการนำเทคโนโลยี PGTSeqA ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกในประเทศไทย และ Exclusive เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงกว่า PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่บริษัทฯ ยังออกแคมเปญจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องสำหรับคู่รักที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จให้ได้มากที่สุด และในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% เทียบปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มมาใช้บริการในไทยมากขึ้น จากสถานการณ์ความไม่สงบของตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมทั้งมีความมั่นใจในคุณภาพและการให้บริการในระดับพรีเมียม ที่ตอบโจทย์ความต้องการมาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...