โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไวรัสฮันตา” คืออะไร? เปิดข้อมูลโรคจาก “หนู” สู่คน

INN News

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • INN News

หลายคนเริ่มกังวลหลังมีรายงานพบการระบาดของ “ไวรัสฮันตา” บนเรือสำราญ MV Hondius กลางมหาสมุทรแอตแลนติก จนมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ทำให้โรคติดเชื้อจากสัตว์ฟันแทะชนิดนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เพราะแม้จะพบผู้ป่วยไม่บ่อย แต่บางสายพันธุ์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-50 เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลจากโรงพยาบาลรามคำแหง

ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus Disease) เป็นโรคจากเชื้อไวรัสกลุ่ม RNA ในตระกูล Hantaviridae ซึ่งพบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ “หนู” แม้เชื้อจะไม่ทำให้หนูป่วย แต่สามารถแพร่สู่คนและก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะทาง

โรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการหลัก ได้แก่

-HPS หรือ HCPS (Hantavirus Pulmonary Syndrome) พบมากในทวีปอเมริกา ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง ก่อนอาการลุกลามเป็นหอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด และช็อกอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราเสียชีวิตประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

-HFRS (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome) พบในยุโรปและเอเชีย ส่งผลต่อไต มีอาการไข้ จุดเลือดออกตามร่างกาย และอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย โดยเฉพาะการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปในร่างกาย เช่น ระหว่างทำความสะอาดพื้นที่อับหรือสถานที่ที่มีหนูอาศัยอยู่ นอกจากนี้ เชื้อยังอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล หรือการนำมือที่ปนเปื้อนเชื้อไปสัมผัสจมูก ปาก และดวงตา

ส่วนการติดต่อจากคนสู่คน พบได้ค่อนข้างน้อย และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์ เช่น Andes virus ในอเมริกาใต้

อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหลังและขา รวมถึงอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง ขณะที่บางรายอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงเกี่ยวกับปอดหรือไตได้อย่างรวดเร็ว

โดยทั่วไปไวรัสฮันตามีระยะฟักตัวประมาณ 1-8 สัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ ซึ่งอาการระยะแรกอาจคล้ายโรคทางเดินหายใจทั่วไป ทำให้ต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์

ด้านมาตรการป้องกัน แพทย์แนะนำให้ลดโอกาสสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสารคัดหลั่งของหนู เช่น เก็บอาหารให้มิดชิด ดูแลบ้านให้สะอาด ไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู และหากพบมูลหนู ไม่ควรกวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่น เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารฟอกขาวเจือจางให้เปียกก่อนเช็ดทำความสะอาด

นอกจากนี้ ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวหรือพักแรมในพื้นที่เสี่ยง เช่น กระท่อมร้าง โรงนา หรือสถานที่ปิดทิ้งไว้นาน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และหากมีไข้หรืออาการหายใจลำบากภายใน 45 วันหลังเดินทางกลับ ควรรีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง

ขณะที่ข้อมูลจาก “Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ” ระบุว่า ล่าสุดประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาภายในประเทศ

นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานสาธารณสุขของไทย ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมปศุสัตว์ ดำเนินระบบเฝ้าระวังโรคในสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคจากสัตว์สู่คน

พร้อมย้ำว่า ความเสี่ยงหลักของไทยในเวลานี้ คือ การนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ จึงมีการเฝ้าระวังผู้เดินทางผ่านด่านเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวด และยังไม่พบสัญญาณการระบาดภายในประเทศในขณะนี้

ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลรามคำแหง, กรมควบคุมโรค, BDMS Health Research Center และ Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...