โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุป "Islamabad Talks" คุยวันแรก สหรัฐฯ-อิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 20.05 น.
การเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพและคนกลางในกรุงอิสลามาบัด แหล่งข่าวจากฝั่งปากีสถานและทำเนียบขาวยืนยันตรงกันว่า การเจรจาแบบพบหน้ากันโดยตรง ระหว่าง สหรัฐฯ อิหร่าน และปากีสถาน ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของกระบวนการทางการทูต เกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อวานนี้ของการเจรจาหยุดโลกครั้งสำคัญ?

การเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพและคนกลาง ยังคงดำเนินอยู่ในกรุงอิสลามาบัด โดยเมื่อเวลาประมาณ 21:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวานนี้ (11 เม.ย.) การพูดคุยยังไม่สิ้นสุด และเข้าสู่ช่วงสำคัญของกระบวนการเจรจา

แหล่งข่าวใกล้ชิดการไกล่เกลี่ยเปิดเผยกับ Al Jazeera ว่า การเจรจาแบบพบหน้ากันโดยตรงในเฟสแรกได้สิ้นสุดลงแล้วในปากีสถาน โดยขณะนี้คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นตอน “แลกเปลี่ยนเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร” เพื่อยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันในประเด็นที่ตกลงกันได้ในวันแรก

รัฐบาลอิหร่านระบุผ่าน X ว่า การเจรจาได้เข้าสู่ “ระดับผู้เชี่ยวชาญ” (expert-level stage) ซึ่งมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การทหาร กฎหมาย และนิวเคลียร์ เพื่อหารือรายละเอียดเชิงเทคนิค โดยการเจรจายังคงดำเนินต่อไปเพื่อ “สรุปรายละเอียดทางเทคนิคให้แล้วเสร็จ”

รายงานจากสื่อกึ่งทางการของอิหร่านอย่าง Tasnim ระบุว่า คณะผู้แทนอิหร่านมีทั้งหมด 71 คน ครอบคลุมทั้งนักเจรจา ผู้เชี่ยวชาญ สื่อ และเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ฝั่งสหรัฐฯ ก็ได้ส่ง “ทีมผู้เชี่ยวชาญครบทุกด้านที่เกี่ยวข้อง” เข้าร่วม และยังมีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมสนับสนุนจากกรุงวอชิงตัน

แหล่งข่าวจากทั้งปากีสถานและทำเนียบขาวยืนยันว่า การเจรจาแบบพบหน้ากันระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และปากีสถาน ได้เกิดขึ้นจริง หลังจากที่คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายได้แยกพบกับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะ “มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์”

การเจรจารอบแรกใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดพักรับประทานอาหารค่ำ และกลับมาเริ่มการเจรจาอีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นด้วยข้อเสนอในลักษณะ “ตั้งเพดานสูงสุด” หรือ maximalist positions

ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวใกล้ชิดคณะผู้แทนอิหร่านระบุว่า การที่อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ เป็นผลจากการที่สหรัฐฯ ตัดสินใจปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญในแผน 10 ข้อของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ข้อมูลจำนวนหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่ที่ให้สัมภาษณ์โดยไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากทางการปากีสถานได้ขอความร่วมมือไม่ให้เจ้าหน้าที่พูดคุยกับสื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ของการเจรจา

ระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินอยู่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า อิหร่านกำลัง “เสียเปรียบอย่างหนัก” และสหรัฐฯ กำลังดำเนินการกวาดล้าง “ทุ่นระเบิดทางทะเล” ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)

CENTCOM ระบุว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ได้แก่ USS Frank E. Petersen และ USS Michael Murphy ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปฏิบัติการตรวจสอบและเคลียร์ทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ โดยผู้บัญชาการ CENTCOM พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มกระบวนการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ และจะประกาศเส้นทางที่ปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการค้าโลกในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านออกมาปฏิเสธอย่างหนัก โดยโฆษกของกองบัญชาการทหาร คาตัม อัล-อันบิยา ระบุว่า ข้ออ้างของ CENTCOM เกี่ยวกับการที่เรือสหรัฐฯ เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” และย้ำว่า การควบคุมการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในมือของกองทัพอิหร่าน

อัลจาซีรา ยังรายงานอีกว่า กระทรวงคมนาคมของกาตาร์ออกประกาศว่า จะมีการกลับมาเดินเรือในทุกประเภท เริ่มตั้งแต่วันนี้ (12 เม.ย.) ตั้งแต่ 06.00-18.00 นอกจากนี้ การออกเรือเพื่อการประมงทีไ่ด้รับอนุญาตก็ยังนับรวมในประกาศนี้ด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภาคสนามยังคงตึงเครียด โดยการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ยังดำเนินต่อไป และมีรายงานว่าการโจมตีในเมือง Kfar Sir ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย

สื่อกึ่งทางการของอิหร่านอย่าง Tasnim ยังรายงานว่า แม้ทั้งสองฝ่ายกำลังแลกเปลี่ยนเอกสารเพื่อพยายาม “หากรอบความเข้าใจร่วมกัน” แต่ความคืบหน้าถูกขัดขวางจากสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขตตามปกติ” จากฝั่งวอชิงตัน โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งใน “จุดขัดแย้งรุนแรง”

ในด้านการเมืองระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่า อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าต่อสู้กับอิหร่านและพันธมิตรต่อไป แม้จะมีการหยุดยิงในอิหร่านและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกิดขึ้น โดยเขายังวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ในประเด็นดังกล่าว

แหล่งข่าวจากโรงแรม Serena ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจา ระบุว่า ความเคลื่อนไหวเริ่มชะลอลง โดยมีรายงานว่า ฝั่งอิหร่านมองว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซนั้น “ทะเยอทะยานเกินไป” และการหารือกำลังอยู่ในภาวะชะงักงัน

ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไปนานเพียงใดในคืนนี้ หรือจะต่อเนื่องไปในวันถัดไปหรือไม่ รวมถึงยังไม่แน่ชัดว่ารองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ จะเลื่อนกำหนดเดินทางกลับสหรัฐฯ หรือไม่ โดยเดิมมีรายงานว่าเขามีกำหนดอยู่ในปากีสถานไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ขณะที่คณะผู้แทนอิหร่านซึ่งเดินทางมาถึงหลังเที่ยงคืน ก็มีภารกิจต่อเนื่องตลอดวัน โดยได้พบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีปากีสถานก่อนเริ่มการเจรจา

บริเวณศูนย์ประชุม Jinnah ซึ่งอยู่ใกล้สถานที่จัดการเจรจา กลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมากยังคงรอรายงานความคืบหน้า ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอ่อนแรงลง หลังจากตลอดทั้งวันยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน

ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ได้ออกมาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนต่อสงคราม โดยประณามสิ่งที่เรียกว่า “ความหลงผิดในอำนาจสูงสุด” พร้อมเรียกร้องว่า “พอแล้วกับการแสดงอำนาจ พอแล้วกับสงคราม” แม้ไม่ได้เอ่ยถึงสหรัฐฯ โดยตรง แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้นำสหรัฐฯ และพันธมิตร

ในภาพรวม ปากีสถานยังคงพยายามผลักดันให้การเจรจาดำเนินต่อไป โดยมีรายงานว่ามีการเจรจาหลายรอบในบรรยากาศที่เป็นมิตร และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแลกเปลี่ยนบันทึกการเจรจา

แหล่งข่าวระบุว่า ฝั่งอิหร่านยังคงเดินหน้าการเจรจาในระดับคณะผู้แทน และพยายามหาแนวทางเพื่อให้การพูดคุยมีความคืบหน้า ขณะที่ปากีสถานกำลังผลักดันให้มีการขยายเวลาเจรจาออกไปอีกอย่างน้อย 1 วัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...