โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

มาเฟียเวียดนามยึดสุขุมวิท! รุมยำพ่อค้าไทยหลังแจ้งจับแย่งอาชีพ แฉตำรวจสั่งอย่าหือ “เขามีอำนาจมืด”

เดลินิวส์

อัพเดต 12 เมษายน 2569 เวลา 0.38 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คนไทยกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง! พ่อค้ามะพร้าวสุดทน ร้องถูกแก๊งเวียดนามเร่ขายผลไม้ยกพวกนับสิบ รุมสกรัม-ใช้สนับมือชกหน้าจนเลือดอาบต่อหน้าลูกสาว แค้นถูกแจ้งจับแย่งอาชีพคนไทย แฉยับพิกัดทองหล่อ-สุขุมวิท กลุ่มต่างด้าวคุมเบ็ดเสร็จ ลั่นใครแจ้งเจ้าหน้าที่ถือว่าลองดี เจ้าตัวช็อกซ้ำแจ้งความแล้วตำรวจบอก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายขวัญ ทองมีค่า อายุ 34 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวในซอยสุขุมวิท 24 เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมนำคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน และแสดงบาดแผลจากการถูกทำร้ายโดยกลุ่มชาวเวียดนาม โดยเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่นายขวัญได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายและก่อเหตุทำร้ายคนไทยในพื้นที่สุขุมวิทและทองหล่อ

นายขวัญเล่าว่า ตนประกอบอาชีพขายมะพร้าวในซอยสุขุมวิท 24 ส่วนพี่ชายขายอยู่บริเวณปากซอยใกล้สวนเบญจกิตติ โดยทั้งสองทำอาชีพนี้มากว่า 1 ปี กระทั่งเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชาวเวียดนามที่เข้ามาค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงได้แจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ และแจ้งเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตคลองเตยให้เข้าตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ กลุ่มชาวเวียดนามมักหลบหนีไปก่อน ทำให้นายขวัญเชื่อว่าอาจมีการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเคยได้ยินว่ากลุ่มดังกล่าว มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน พร้อมทั้งข่มขู่ว่าคนไทยไม่สามารถเข้าไปขายของในพื้นที่ที่กลุ่มดังกล่าวยึดครองได้

ผู้เสียหายเปิดเผยอีกว่า เคยถูกกลุ่มชาวเวียดนามใช้มีดไล่ทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด และเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ตามคลิปหลักฐาน ภายในซอยสุขุมวิท 31 หลังจากที่ตนแจ้งเทศกิจให้เข้าตรวจสอบ กลุ่มต่างด้าวได้เข็นรถหลบหนี ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามไปดู ก่อนพบกลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 3-4 คน และถูกวิ่งเข้ามาทำร้ายทันที

ขณะเกิดเหตุ ตนพยายามป้องกันตัว เนื่องจากมีลูกไปด้วย เกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุด โดยมีหนึ่งในนั้นขี่รถจักรยานยนต์อ้อมมาด้านหลังและชกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จากนั้นมีกลุ่มอีก 3-4 คน เข้ามารุมทำร้าย ใช้หมวกกันน็อกฟาด และคาดว่าใช้สนับมือ จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและมีเลือดไหลจำนวนมาก

นายขวัญยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเกิดเหตุ โดยระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง กลับให้ความสนใจกับกลุ่มชาวต่างด้าวมากกว่าผู้บาดเจ็บ และไม่ได้ประสานหน่วยกู้ภัยให้ ทำให้ตนต้องไปขอความช่วยเหลือเอง ก่อนเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ

นอกจากนี้ ระหว่างการแจ้งความ ยังมีตำรวจรายหนึ่งกล่าวในลักษณะเตือนว่า “รู้ใช่ไหมว่าพื้นที่นั้นมีอำนาจมืด อย่าเข้าไปยุ่ง เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่า” รวมถึงมีท่าทีคล้ายเข้าข้างชาวต่างชาติ ทำให้ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกทำร้ายและอีกฝ่ายกระทำผิดกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ตนเคยแจ้งความมาแล้วหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่กลับอ้างว่าเป็นการแจ้งความเท็จ และบางครั้งระบุว่าตนไม่มีสิทธิกักขังหน่วงเหนี่ยวต่างด้าว ทั้งที่ตนเพียงประวิงเวลาเพื่อรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ยืนยันว่าการร้องเรียนไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะประสานไปยังผู้กำกับ สน.ทองหล่อ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบการเข้ามาประกอบอาชีพของแรงงานต่างด้าวว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมยืนยันจะติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...