โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีส่อพลิก อินฟลูฯ แฝดดัง แจงดราม่าปะทะสงกรานต์ พยานชี้อีกมุม

TNews

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมจับตา กรณีเหตุทะเลาะวิวาทช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นเล่นน้ำกับครอบครัวรถกระบะ ที่บานปลายจากเหตุถอยรถเฉี่ยวชน จนกลายเป็นเหตุชุลมุนทำร้ายร่างกาย และลุกลามไปถึงการบุกทำร้ายกันในโรงพยาบาล

เพจ อรรถรส ฟังความ 2 ข้าง อัปเดตดราม่ากระบะถอยรถ VS วัยรุ่นเล่นน้ำ คดีส่อพลิกเมื่อพยานแฉฝั่งลุงงัดอาวุธสู้ ซัดกันนัวลามถึงเตียง รพ.
มุมที่ 1: คำให้การจาก "พ่อของเด็ก ที่ถูกถอยรถชน" (ชายเสื้อลาย อายุ 38 ปี)

  • พ่อเด็กเล่าว่า วันเกิดเหตุพาลูกหลานเล่นน้ำ จู่ๆ ได้ยินเสียงกระบะเบิ้ลเครื่องพ่นควันดำอยู่นาน และถอยรถมาจุดที่เด็กเล่นน้ำ
  • มีเด็กวิ่งมาบอกแม่ว่าโดนรถชน และรู้สึกเจ็บ พ่อเด็กจึงเดินไปที่รถกระบะ ตั้งใจแค่จะไปต่อว่า "ขับรถแบบนี้ได้ไง จะทับเด็กตายอยู่แล้ว"
  • พ่อเด็กอ้างว่า คนขับกระบะเปิดประตูลงมาด้วยท่าทีไม่สำนึก และพูดจาหาเรื่องว่า "มึงมีอะไร?" จึงเกิดการชุลมุนชกต่อยกัน (มีเพียงลูกสาวที่ออกมาขอโทษ)
  • พ่อเด็กอ้างว่า ญาติผู้น้องของตนถูกฝั่งกระบะกระทืบจนชักและ "ขาหัก" ตนเข้าไปช่วยก็ถูกฝั่งกระบะเอาขวดตีหัวจนแตก (ซึ่งขัดแย้งกับฝั่งกระบะที่บอกว่าฝั่งวัยรุ่นรุมทำร้ายฝ่ายเดียว)

มุมที่ 2: คำให้การจาก "อินฟลูเอนเซอร์แฝด" (ชัชพงศ์-ชูพัฒน์)

  • ยูทูบเบอร์แฝด ยืนยันว่าพวกตน "ไม่ได้เป็นคนเริ่ม" และไม่ได้ตั้งใจไปทำร้ายใคร แค่ไปเล่นน้ำสงกรานต์กับทีมงาน
  • จังหวะเกิดเรื่อง ตนเดินออกไปดูเหตุการณ์ แต่กลับถูกใครบางคน (อ้างว่าเป็นฝั่งกระบะ) ผลักจนล้ม
  • พอลุกขึ้นมาเห็นทีมงานบาดเจ็บ และเห็นพี่ชายตัวเองนอนกองอยู่กับพื้น จึงเข้าไปช่วยพยุงและพยายามห้ามปราม แต่กลับโดนลูกหลง ถูกขวดปาใส่จนบาดเจ็บเลือดอาบ
  • ยืนยันว่าฝั่งตนไม่มีอาวุธ และแค่พยายามเข้าไปห้ามเหตุการณ์ ไม่ได้รุมทำร้ายคนแก่ตามที่ถูกกล่าวหา

มุมที่ 3: จุดพลิกคดี! คำให้การจาก "พยานคนกลางที่เข้าไปห้าม" (นายเจ อายุ 40 ปี)

  • นายเจ เล่าว่าตนเห็นเหตุการณ์และพยายามเข้าไปห้ามปรามให้แยกย้าย แต่กลับถูก"ฝั่งคนขับกระบะ" รุมทำร้าย ใช้เก้าอี้ฟาดจนได้รับบาดเจ็บ
  • พยานยืนยันว่า ฝั่งที่ถืออาวุธครบมือ (ทั้งมีดสปาร์ตา ไม้เบสบอล เก้าอี้ ไม้หน้าสาม และขวด) "คือฝั่งครอบครัวรถกระบะ!" ไม่ใช่ฝั่งวัยรุ่น และอ้างว่าฝั่งกระบะมีปืนด้วย
  • พยานพยายามเรียกตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ให้มาระงับเหตุ แต่ตำรวจกลับยืนดูเฉยๆ ตนจึงไปแจ้งความฝั่งกระบะข้อหาทำร้ายร่างกายแล้วเช่นกัน

มุมที่ 4: เหตุการณ์เดือดภาค 2 "บุกต่อยซ้ำที่ห้องฉุกเฉิน รพ."

  • รายการเปิดภาพวงจรปิดชัดเจน ในห้องฉุกเฉิน รพ.พระนั่งเกล้า ขณะที่ลุงคนขับกระบะนอนเจ็บอยู่บนเตียง
  • ฝั่ง "พ่อเด็ก" (ที่หัวแตก) เข้ามารักษาตัวที่เดียวกัน พอหันไปเห็นลุงคนขับกระบะนอนอยู่ ด้วยความโมโหที่เห็นน้องชายตัวเองขาหัก จึงพุ่งเข้าไปชกหน้าลุงคนขับกระบะซ้ำในโรงพยาบาลจริงๆ
  • เจ้าหน้าที่ รพ. ต้องรีบเข้ามาแยก และพาลุงคนขับกระบะย้ายหนีไป รพ. อื่น

สถานการณ์ล่าสุดทางกฎหมาย

  • ทางตำรวจรับแจ้งความจาก "ทั้งสองฝั่ง" แล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างว่าถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกาย และอาวุธก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นของใครกันแน่
  • ประเด็นคดีบุกรุก รพ. ทางพล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา (ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นนทบุรี) ยืนยันว่า การบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายคู่กรณีในห้องฉุกเฉิน รพ. ยามวิกาล เป็นความผิดข้อหาหนัก (บุกรุกสถานที่ราชการและทำร้ายร่างกาย) ตำรวจจะดำเนินคดีพ่อเด็กในส่วนนี้อย่างเด็ดขาด
  • พี่หนุ่มสรุปว่าคดีนี้ต่างฝ่ายต่างให้การไม่ตรงกันเลย ฝั่งหนึ่งบอกโดนรุม อีกฝั่งบอกฝั่งกระบะพกอาวุธครบมือ ซึ่งความจริงทั้งหมดจะถูกนำมาเคลียร์กันสดๆ ในรายการ "โหนกระแส"

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังคงมีข้อเท็จจริงที่แต่ละฝ่ายให้การไม่ตรงกัน โดยเฉพาะประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และอาวุธเป็นของฝ่ายใด ทำให้สังคมต้องติดตามข้อสรุปจากพยานหลักฐานและการสอบสวนอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจอรรถรส และรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...