ลามทั้งภูมิภาค! อิหร่าน โชว์แสนยานุภาพขีปนาวุธ ข่มสหรัฐ
ลามทั้งภูมิภาค! อิหร่าน โชว์แสนยานุภาพขีปนาวุธ ข่มสหรัฐ
วันที่ 28 เม.ย. 2569 สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง หลัง อิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของ เลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ มีผลบังคับใช้ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีผู้หญิง 2 ราย และเด็ก 2 ราย รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 37 คน ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลยืนยันว่ามีทหารเสียชีวิต 1 นายจากเหตุปะทะดังกล่าว
แม้ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. และขยายไปจนถึงกลางเดือน พ.ค. จะช่วยลดความรุนแรงลงได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันเป็นระยะ พร้อมกล่าวหากันว่าละเมิดข้อตกลง โดย เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า การกระทำของฮิซบอลเลาะห์ถือเป็นการบ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิง และอิสราเอลจำเป็นต้องตอบโต้ตามกรอบที่ตกลงไว้กับ สหรัฐอเมริกา และเลบานอน ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ประกาศชัดว่าจะไม่ยุติการโจมตีตราบใดที่อิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลง พร้อมวิจารณ์ความพยายามทางการทูตว่าไร้ผล
ในพื้นที่ภาคสนาม กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการในแนว “เส้นสีเหลือง” ซึ่งเป็นเขตกันชนลึกเข้ามาในเลบานอนราว 10 กิโลเมตร โดยมีคำสั่งเตือนประชาชนให้อพยพออกจากหลายพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน อิหร่าน ยังคงแสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงการเจรจา โดยมีการจัดแสดงซากอาวุธของสหรัฐฯ และเผยภาพอุโมงค์ใต้ดินที่บรรทุกขีปนาวุธจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธรุ่น “คอร์รัมชา-4” ที่มีพิสัยยิงราว 2,000–2,500 กิโลเมตร และสามารถบรรทุกหัวรบหนักได้สูง
อิหร่านยังถูกประเมินว่ามีคลังขีปนาวุธที่ใหญ่และหลากหลายที่สุดในภูมิภาค ครอบคลุมตั้งแต่พิสัยใกล้ไปจนถึงพิสัยไกลหลายพันกิโลเมตร และมีรายงานว่าอาจพัฒนาขีปนาวุธที่มีระยะยิงไกลถึงระดับ 10,000 กิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงระยะทางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ สะท้อนถึงศักยภาพทางทหารที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาคนี้