Vicky Tsai ผู้ ‘ลาออก’ จากงานสุดเครียดในวอลสตรีท ไปเกียวโต ขายแหวนหมั้น แล้วก่อตั้งแบรนด์ TATCHA สู่การผจญภัยอีกครั้งในฐานะ ‘ผู้ประกอบการหญิง’
สำหรับคนที่สนใจบิวตี้และสกินแคร์ ถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์ TATCHA ภาพของสกินแคร์แบบญี่ปุ่นที่มีแรงบันดาลใจมาจากการดูแลผิวของเกอิชา วัตถุดิบจากธรรมชาติและแพคเกจจิ้งสีสวยคงโผล่ขึ้นมาทันที และนอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว เรื่องราวของวิกกี้ ไซ (Vicky Tsai) เจ้าของแบรนด์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
วิกกี้ หรือวิคตอเรีย ไซ เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวันที่เรียนจบจาก Harvard Business School เธอก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่การทำงานทำให้เธอต้องเผชิญความเครียด และไม่ใช่แค่ความเครียดจากเนื้องาน แต่เป็นคำครหาจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเลือกปฏิบัติและเหยียดผิว
เธอเล่าว่า “ฉันไม่รู้มาก่อนว่าชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเป็นกลุ่มประชากรที่มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นระดับผู้นำในอเมริกา ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นปัญหาเชิงระบบ ฉันเลยคิดว่าพวกเขาพูดถูก ฉันเก็บกดมันไว้และเกิดภาวะที่รู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรอยู่ในที่ที่ฉันอยู่”
ผลลัพธ์จากสภาพแวดล้อมแบบนี้คือปัญหาสิวและผิวอักเสบเรื้อรัง เธอต้องใช้ยาสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะทุกวัน หลังทำงานหนักในบริษัทอยู่สิบปีจนรู้สึกว่าทนไม่ได้อีกต่อไป
เช้าวันหนึ่งในปี 2009 วิกกี้ตื่นขึ้นมาแล้วเลือกความสุข เธอเลยตัดสินใจลาออกแล้วเดินทางไปเกียวโต ทีแรกแค่เพื่อท่องเที่ยว แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอได้ก่อตั้ง TATCHA ขึ้นมา
ที่เกียวโต เธอได้เรียนรู้ปรัชญาแห่งการดูแลแบบญี่ปุ่น ซึ่งเปลี่ยนมุมมองที่เธอมีต่อตัวเองและผิวพรรณของเธอ เธอร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์และที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม ศึกษาและเลือกเฟ้นวัตถุดิบจากธรรมชาติและทำความเข้าใจพิธีกรรมอันเก่าแก่ที่ช่วยเยียวยาทั้งภายในและภายนอก หลังจากกลับมาที่อเมริกา เธอตัดสินใจขายแหวนหมั้นเพื่อเริ่มต้นแบรนด์ TATCHA จากโรงรถที่บ้านในซานฟรานซิสโกของเธอ
เมื่อถามว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเอง วิกกี้บอกว่า “ฉันสร้าง TATCHA ขึ้นมาเพื่อให้ฉันมีที่ยืนในโลกที่ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถอยู่ได้ และอยู่กับคนที่ฉันชื่นชม ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาแตะต้องตัวฉันหรือบอกว่าฉัน "โง่เง่า" ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคนบอกฉันในวอลล์สตรีท (งานก่อนหน้านี้) TATCHA เป็นที่ที่ฉันอยากอยู่ และต่อมามันก็กลายเป็นบ้านและครอบครัวที่สองของฉัน” วันที่เธอเปิดตัวแบรนด์ยังเป็นวันเดียวกับที่เธอคลอดลูกสาวอีกด้วย และความพยายามของเธอก็ให้ดอกผลตอบแทน
TATCHA กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ใน Sephora และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดัง ตอนเธอขายบริษัทในปี 2019 ในราคาห้าร้อยล้านดอลลาร์ หลายคนคิดว่าเธอ "ประสบความสำเร็จแล้ว" แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น
ขวบปีต่อมากลับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของเธอ ในช่วงที่สร้างแบรนด์จนติดอันดับ Top 3 ใน Sephora และมีการเติบโตสูงถึง 85% ต่อปี ชีวิตส่วนตัวของเธอกลับพังทลาย เธอต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟ สูญเสียลูกในครรภ์ และต้องหย่าร้างกับสามี ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ธุรกิจกำลังรุ่งเรืองที่สุด
เธอจำเป็นต้องขายบริษัท เพราะการบริหารบริษัทที่กำลังเติบโตนั้นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และนักลงทุนก็ต้องการกำไรกลับคืน แม้ว่าใครๆ จะพูดว่า “ยินดีด้วย! คุณโชคดีและรวยมาก!” แต่เธอกลับรู้สึกเสียใจมาก หุ้นส่วนแนะนำให้เธอลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของแบรนด์ตัวเองเพื่อให้มืออาชีพ (ซึ่งเป็นผู้ชาย) มาพาแบรนด์ไปสู่ระดับโลกและทำกำไรได้มากกว่าที่เธอทำ
ตลอดสองปีนั้น เธอต้องเฝ้ามองคนอื่นบริหารบริษัทแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ยอดขายตกต่ำและขวัญกำลังใจของพนักงานลดลง ในช่วง COVID-19 เธอเลยกลับมาเป็นซีอีโออีกครั้งและพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เธอรัก แต่เพื่อผู้คนที่เธอทำงานด้วย “ฉันรักคนเหล่านี้ พวกเขาทำงานในบ้านฉันมาเจ็ดปี ฉันเป็นคนทำพิธีแต่งงานให้พวกเขา ลูกๆ ของพวกเขาวิ่งเล่นในโถงทางเดินบ้านเรา และน้องหมาของพวกเขาก็อยู่ในที่ประชุมของเราด้วย ฉันปล่อยให้คนที่ฉันรักต้องตกอยู่ในอันตราย สูญเสียงาน ความสุขในการทำงาน และตัวตนเพราะพายุทอร์นาโดพัดถล่มเพียงสองปีไม่ได้”
แล้วเธอก็ทำสำเร็จ แต่ไม่ได้ปราศจากบาดแผล ระหว่างที่บริษัทกำลังพลิกฟื้นสถานการณ์ เธอแท้งลูกเพราะทำงานหนักมากถึง 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย เธอไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ เธอโทรไปลากับฝ่ายบุคคลแล้วเขาบอกว่าบริษัทของเธอไม่อนุญาตให้ลาเพราะเหตุผลนี้
ประสบการณ์นี้เลยผลักดันให้พนักงานสามารถลาหยุดได้ หากเกิดการแท้งลูกขึ้น เธอเล่าว่า “ตอนแรกฉันคิดว่าควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่พูดถึงเรื่องการแท้งลูก ฉันโทรไปหาฝ่ายบุคคลแล้วบอกว่า ‘ฉันแท้งลูกแบบมีอาการแทรกซ้อน และต้องพักรักษาตัวสองสัปดาห์’ เขาบอกว่า ‘เราไม่มีวันลาสำหรับกรณีแท้งลูก’ ฉันเลยถามว่า เป็นไปได้ยังไง บริษัทที่ก่อตั้งและเปิดตัวในวันที่ฉันคลอดลูกจะไม่มีวันลา หากแท้งลูกได้ยังไง ในเมื่อพนักงานส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยที่สามารถมีลูกได้ ฉันแจ้งให้พนักงานทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และขอโทษทุกคนที่เคยแท้งลูกในช่วงที่ทำงานให้เราและไม่ได้เวลาพักฟื้น”
หลังผ่านมรสุมหลายต่อหลายครั้ง แบรนด์ TATCHA ยังยืนหยัดอยู่ในตลาดและในใจผู้บริโภค วิกกี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรมความงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทัศนคติที่มีต่อผู้หญิงและเชื้อชาติต่างๆ และความร่วมมือด้านการกุศลของ Tatcha กับ Room to Read ให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กหญิงทั่วโลกไปแล้วกว่า 12.5 ล้านดอลลาร์ เรื่องราวของวิกกี้ถือเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการหญิงทุกคน ขอจงเชื่อมั่นในตัวเองและสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบของคุณ
อ้างอิง
https://tatcha.com/pages/our-story
https://www.hbs.edu/faculty/Pages/item.aspx?num=62668
https://www.founded.com/vicky-tsai-tatcha-founder-story/
บทความต้นฉบับได้ที่ : Vicky Tsai ผู้ ‘ลาออก’ จากงานสุดเครียดในวอลสตรีท ไปเกียวโต ขายแหวนหมั้น แล้วก่อตั้งแบรนด์ TATCHA สู่การผจญภัยอีกครั้งในฐานะ ‘ผู้ประกอบการหญิง’
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com