“ธนาคารกลางญี่ปุ่น” คงดอกเบี้ย 0.75% หั่นคาดการณ์ GDP เหลือ 0.5% จาก 1%
"ธนาคารกลางญี่ปุ่น" คงดอกเบี้ย 0.75% หั่นคาดการณ์ GDP เหลือ 0.5% จาก 1% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ขึ้นเป็น 2.8% จากเดิม 1.9%
วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 10.22 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ในการประชุมล่าสุด ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามคาดของนักวิเคราะห์ และผ่านด้วยคะแนนเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 3
พร้อมกันนี้ BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) สำหรับปีงบประมาณ 2569 ขึ้นเป็น 2.8% จากเดิม 1.9% ขณะที่ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเหลือ 0.5% จาก 1% สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อกำไรภาคธุรกิจและกำลังซื้อของครัวเรือน
ธนาคารกลางระบุว่า ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตในตะวันออกกลาง จะส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและพลังงานเพิ่มขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ผ่านผลกระทบด้านเงื่อนไขการค้า (terms of trade) ที่แย่ลง
ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นเพิ่งหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยทางเทคนิคในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส และ 1.3% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่เงินเฟ้อเริ่มเร่งตัวอีกครั้งในเดือนมีนาคม โดยเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% หลังชะลอลงต่อเนื่องก่อนหน้า
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) อยู่ที่ 1.5% เพิ่มขึ้นจาก 1.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน (core-core inflation) ลดลงเล็กน้อยสู่ 2.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567
BOJ ยังเตือนว่าแรงกดดันด้านราคาจะยังคงอยู่ โดยเฉพาะจากต้นทุนพลังงานและสินค้า รวมถึงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจจะทยอยส่งผ่านต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้า
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับ 2.496% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 นอกจากนี้ ผลสำรวจของ BOJ ยังพบว่า กว่า 83% ของประชาชนคาดว่าราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงาน เช่น การยกเลิกภาษีน้ำมันบางส่วน และการให้เงินอุดหนุน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันโลก
อ้างอิง : cnbc.com