ผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน ยกระดับระบบสุขภาพ เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยทั่วประเทศผ่าน ‘Health Link – App ทางรัฐ’
เมื่อวันที่ 27 เมษายน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์กรมหาชน) (Big Data Institute : BDI) พร้อมด้วย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Development Agency : DGA) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ” ผ่าน Health Information Exchange (Health Link) และ แอบพลิเคชันทางรัฐ (App ทางรัฐ) เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การยกระดับคุณภาพระบบสุขภาพโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง BDI และ DGA ครั้งนี้ เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระบบ โดย สปสช.ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญการขับเคลื่อนหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ “Health Link” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงในระดับพื้นที่ ทั้งในด้านการจัดเตรียมระบบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน
“การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้โครงการฯ นี้ จะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ส่งผลให้การรักษามีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ และเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการและการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นพ.จเด็จ กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สปสช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลสุขภาพ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเองและเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ยั่งยืน
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) กล่าวว่า ปัจจุบัน Health Link ได้เชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายจากหน่วยบริการของ สปสช.มากกว่า 10,000 แห่ง เมื่อรวมกับหน่วยบริการนวัตกรรม เช่น คลินิกและร้านยาอีกประมาณ 8,500 แห่ง ทำให้เกิดเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพรวมเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศ โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงนี้ครอบคลุมทั้งประวัติโรคและข้อมูลการใช้ยา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ที่แพทย์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“ในด้านการบริหารจัดการ BDI ได้ร่วมกับ สปสช.พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่าย (Pre-audit) ในบริการผู้ป่วยนอก ทำให้ สปสช.พิจารณาข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หน่วยบริการได้รับการเบิกจ่ายโดยเร็วและโปร่งใส พร้อมมีแผนพัฒนาสู่ Agentic AI ยกระดับการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจการจ่ายค่าบริการให้หน่วยบริการได้ถูกต้องแม่นยำ ทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนงบประมาณอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ BDI ได้พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral) ร่วมกับกรุงเทพมหานครและ สปสช.เริ่มนำร่องในกรุงเทพมหานคร และมีแผนขยายผลไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังได้ร่วมกับ DGA เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม Health Link เข้ากับแอปพลิเคชันทางรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวในช่องทางเดียว” ศ.ดร.ธีรณี กล่าว
ด้าน นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในด้านข้อมูลสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ โดยแอปพลิเคชันทางรัฐ ถือเป็นซูเปอร์แอปพลิเคชันของภาครัฐ ที่เป็นเสมือนศูนย์รวมการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดจากทุกหน่วยงานรัฐ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ปัจจุบันมีบริการภาครัฐบนแอปพลิเคชันทางรัฐมากถึง 476 บริการ มียอดดาวน์โหลดกว่า 46 ล้านครั้ง รวมถึงมีปริมาณการใช้งานสะสมกว่า 823 ล้านครั้ง
“ภายหลังจากที่แอปพลิเคชันทางรัฐ ได้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Health Link ให้ประชาชนเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้นั้น มียอดผู้สมัครผ่านแอปฯ ทางรัฐ และเข้าดูประวัติของตนเองแล้วประมาณ 30,129 คน นอกจากนี้ในแอปฯ ทางรัฐยังมีบริการที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น บริการกระเป๋าเอกสารหรือ Document Wallet บริการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและใบขับขี่ บริการตรวจสอบเครดิตบูโรฉบับย่อฟรี บริการจ่ายค่าใบสั่งจราจร ค่าน้ำ ค่าไฟ ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สิทธิการรักษาพยาบาล เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตรวจสอบเบี้ยคนชราและเบี้ยความพิการ เป็นต้น” นางไอรดา กล่าว
นางไอรดา กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการร่วมมือกันในการวางรากฐานระบบสุขภาพที่เชื่อมโยงข้อมูลทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว ประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ทั้งจาก App Store, Google Play และ AppGallery เพื่อเข้าใช้งานได้ทันที
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน ยกระดับระบบสุขภาพ เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยทั่วประเทศผ่าน ‘Health Link – App ทางรัฐ’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th