โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 3% วิกฤตสงครามอิหร่านฉุดอุปทานตึงตัว

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% ในวันอังคาร (ตามเวลาตลาดโลก) ฟื้นตัวจากการปรับลดลงในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานที่กลับมาปะทุอีกครั้ง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม และส่งผลให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นวงกว้าง

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ระดับ 103.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.35 ดอลลาร์ หรือ 3.6% อยู่ที่ 96.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ราคาปรับลดลงแรงจากการที่มีเรือบางส่วนสามารถเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวได้

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของการค้าพลังงานโลก กำลังเผชิญการหยุดชะงักครั้งใหญ่จากผลกระทบของสงคราม ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจตึงตัว ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับโลก

นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับสูง โดยเพียงการโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธหรือการวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือ ก็อาจทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดรุนแรงอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน พันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ส่งเรือรบเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มเติมต่อการบริหารจัดการวิกฤตดังกล่าว

นักวิเคราะห์จาก Phillip Nova ชี้ว่า ตลาดน้ำมันยังคงจับตาระยะเวลาของสงคราม ผลกระทบต่อการหยุดชะงักของอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซ และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ปัจจัยหนุนเพิ่มเติมมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังถูกโจมตีด้วยโดรน แม้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่ยิ่งเพิ่มความวิตกต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบตะวันออกกลางพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ กลายเป็นแหล่งน้ำมันที่มีราคาสูงที่สุดในโลก สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวอย่างรุนแรง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของกลุ่มโอเปก จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงมากกว่าครึ่ง

นักวิเคราะห์จาก OANDA ประเมินว่า ราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยระดับแนวต้านระยะกลางของ WTI อยู่ที่ประมาณ 124 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอให้ประเทศสมาชิกพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติมจากที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน

ขณะที่อิสราเอลเปิดเผยว่ามีแผนดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องอย่างน้อยอีกสามสัปดาห์ โดยได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านหลายจุดตลอดคืนที่ผ่านมา ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มตลาดพลังงานโลกในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...