ตลาดรถยนต์ไทยจ่อยอดขายทั้งปี 69 แตะ 620,000 คัน น้อยกว่าปี 68 ดีลเลอร์ขายแต่รถปิกอัพ ขายรถไม่มีฐานผลิตในไทยเสี่ยงสุด ทั้งปีนี้ดีลเลอร์รถในไทยปิดหายเกือบ 11%
BTimes
อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 04.20 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดรถปี 2026 นี้ คาดหดตัว หลังยอดปิกอัพยังลด แม้รถ BEV ช่วยดันยอดรถนั่ง สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2569 คาดหดตัว 0.2% เทียบช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 620,000 คัน จาก 621,166 คันในปี 2568 เนื่องจากปัญหากำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ ทั้งจากรายได้แรงงานภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงตามภาคการผลิตที่ชะลอตัว รวมถึงรายได้เกษตรกรที่ลดลงจากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อจากปี 2568 ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
รถเพื่อการพาณิชย์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดหดตัว 5% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ในปี 2026 ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 33% ส่วนรถยนต์นั่งยังมีแนวโน้มขยายตัว 2% จากยอดขายรถยนต์นั่ง BEV & PHEV ที่คาดเพิ่มขึ้น 28% สู่ราว 181,000 คัน ส่งผลช่วยดันส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่ง BEV & PHEV เพิ่มขึ้นเป็น 29% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่ง ICE & HEV ลดลงเหลือ 38%
ยอดขายรถ BEV & PHEV โตเร็ว ทำให้จำนวนดีลเลอร์รถจีนเพิ่มต่อเนื่อง โดยทิศทางที่แตกต่างกันของยอดขายรถยนต์กลุ่มต่าง ๆ ในปี 2026 สำหรับดีลเลอร์รถยนต์จีนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากการเติบโตของยอดขายรถยนต์นั่ง BEV & PHEV ซึ่งกว่า 88% เป็นรถยนต์สัญชาติจีน ขณะที่ดีลเลอร์รถยนต์ญี่ปุ่น ตะวันตก และกลุ่มอื่น ๆ มีแนวโน้มลดลง เนื่องจาก 97% ของยอดขายยังพึ่งพารถยนต์นั่ง ICE & HEV และปิกอัพ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีทิศทางหดตัว ยกเว้นรถยนต์นั่ง HEV ที่ยังเติบโตได้บางส่วน
ในปี 2026 จำนวนดีลเลอร์รถยนต์จีนคาดเพิ่มขึ้นเป็นราว 730 แห่ง หรือเติบโต 10% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตรงข้ามกับดีลเลอร์รถยนต์ญี่ปุ่นและตะวันตกที่คาดลดลงเหลือประมาณ 1,520 แห่ง หรือหดตัว 4% เทียบกับในปี 2025 ทั้งนี้เป็นผลจากยอดขายรถยนต์จีนเฉลี่ยต่อดีลเลอร์ที่คาดเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่ยอดขายเฉลี่อต่อดีลเลอร์ของรถยนต์ญี่ปุ่นและตะวันตกมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน 3% กลับช่วงเดียวกันในปี 2025
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยต่อไปว่า ดีลเลอร์รถญี่ปุ่น & ตะวันตกที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำเสี่ยงหดตัวสูง แม้ว่าดีลเลอร์รถยนต์ญี่ปุ่นและตะวันตกจะมีแนวโน้มลดจำนวนลงทั้งตลาด แต่ระดับการลดลงยังแตกต่างกัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
1.กลุ่มยี่ห้อที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง (แต่ละยี่ห้อมีส่วนแบ่งมากกว่า 10% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ปี 2025) คาดว่าจำนวนดีลเลอร์รวมในปี 2026 จะลดลงเพียง 0.3% เนื่องจากยอดขายต่อดีลเลอร์ที่ยังอยู่ในระดับสูงช่วยประคองสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ แม้แต่ยี่ห้อที่พึ่งพายอดขายจากปิกอัพซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะตลาดหดตัว
2.กลุ่มยี่ห้อที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ (แต่ละยี่ห้อมีส่วนแบ่งระหว่าง 1% - 4% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ปี 2025) คาดว่าจำนวนดีลเลอร์รวมในปี 2026 จะลดลงถึง 10.8% เนื่องจากยอดขายต่อดีลเลอร์อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลเสียต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ดีลเลอร์ที่พึ่งพาการขายปิกอัพในสัดส่วนสูง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อที่เน้นขายปิกอัพเป็นหลัก หรือดีลเลอร์ที่แม้ไม่เน้นขายปิกอัพแต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการปิกอัพมากกว่ารถยนต์นั่ง
ดีลเลอร์ของยี่ห้อที่ไม่มีฐานผลิตในประเทศแล้ว ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย ดีลเลอร์กลุ่มนี้ หากมีสายป่านทางการเงินสั้น จะมีความเสี่ยงสูงต่อการปิดกิจการภายในปี 2026 และอาจต้องปรับตัวด้วยการเปลี่ยนไปเป็นดีลเลอร์รถยนต์จีนที่กำลังเติบโตแทน