สหรัฐ ผลักดัน WTO ให้คงมาตรการ “ยกเว้นภาษีอินเทอร์เน็ตทั่วโลก” แบบถาวร
สหรัฐ เดินหน้าผลักดันในเวที WTO ให้ยกเว้นภาษีการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนแบบถาวร ท่ามกลางความเห็นต่างจากหลายประเทศที่กังวลรายได้ภาษีและอธิปไตยข้อมูล
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 12.45 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐกำลังผลักดันให้การห้ามเก็บภาษีการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ กลายเป็นมาตรการถาวร เตรียมจุดชนวนการถกเถียงครั้งสำคัญเรื่องอำนาจของเศรษฐกิจดิจิทัล ในการประชุมองค์การการค้าโลก (WTO) ปลายเดือนนี้
มาตรการดังกล่าว หรือ“Moratorium on customs duties on electronic transmissions” ถูกต่ออายุทุก 2 ปีมาตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยครอบคลุมกิจกรรมสำคัญในปัจจุบัน เช่น การซื้อขายออนไลน์ โซเชียลมีเดีย การโอนข้อมูล และวิดีโอคอล
อย่างไรก็ตามประเด็นนี้สร้างความเห็นต่างในหมู่ประเทศสมาชิกมาอย่างยาวนาน โดยประเทศอย่างอินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ ต้องการเก็บพื้นที่นโยบายไว้เอง เนื่องจากกังวลการสูญเสียรายได้ภาษีจากสินค้านำเข้า การขยายอำนาจของ Big Tech สหรัฐ รวมถึงประเด็นความมั่นคงข้อมูลและอธิปไตยทางดิจิทัล โดยเฉพาะในยุค AI
ร่างแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีประเทศร่วมสนับสนุนรวมถึงสหรัฐ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก และอีกหลายประเทศ โดยรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการผลักดันให้กลายเป็นมาตรการถาวรในการประชุม WTO ครั้งที่ 14 (MC14) ระหว่างวันที่ 26–29 มีนาคม ที่ประเทศแคเมอรูน
ผู้แทนสหรัฐประจำ WTO ระบุว่า ภาคธุรกิจต้องการความแน่นอนเพื่อขยายการค้าในโลกดิจิทัล และการต่ออายุแบบชั่วคราวทุก 2 ปีไม่เพียงพออีกต่อไป
ขณะที่สหภาพยุโรปยังคงสนับสนุนการขยายมาตรการดังกล่าว แต่ท่าทีของอินเดียและแอฟริกาใต้ยังไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลการเจรจา
ประเด็นนี้มีเดิมพันสูงต่อทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยข้อมูลของ WTO ระบุว่า มูลค่าการส่งออกบริการดิจิทัลทั่วโลกแตะ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2560 และกว่า 70% มาจากบริษัทในยุโรปและอเมริกาเหนือ
องค์กรธุรกิจทั่วโลก มองว่าการคงมาตรการห้ามเก็บภาษีจะช่วยสร้างเสถียรภาพและเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น รวมถึงช่วยป้องกันการตอบโต้ทางการค้าแบบเดียวกับสินค้าทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ข้อเสนอของสหรัฐที่ต้องการให้เป็นถาวรอาจผ่านได้ยากในบรรยากาศที่ความตึงเครียดทางการค้ายังสูง โดยมีแนวโน้มว่าประเทศสมาชิกอาจตกลงกันได้เพียงขยายเวลาจากเดิม 2 ปี เป็น 4 ปีแทน
หากไม่สามารถต่ออายุมาตรการได้ทันก่อนสิ้นเดือนมีนาคม อาจเปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มเก็บภาษีจากบริการดิจิทัลข้ามพรมแดนได้ แต่ในทางปฏิบัติยังทำได้ยาก เนื่องจากธุรกรรมดิจิทัลมีลักษณะซับซ้อนและตรวจวัดได้ยาก
ทั้งนี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการเจรจาครั้งนี้ ยังถือเป็นบททดสอบสำคัญของ WTO ในการปรับตัวให้ทันกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล รวมถึงบทบาทขององค์กรในการกำหนดกติกาการค้าโลกในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com