โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พีรวิชญ์' ชี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาเพื่อไทย คืนห้องเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุขและปลอดภัย บอกลาท่องจำ ทลายอำนาจนิยม

VoiceTV

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.42 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่า เมื่อ "ผู้เรียน" คือศูนย์กลางที่แท้จริง ทลายอำนาจนิยม และบอกลาการท่องจำ! (เล่าต่อตอนที่ 2) ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้ว วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงหัวใจสำคัญที่สุดของการศึกษา นั่นคือ "ผู้เรียน" ครับ

ร่างฉบับนี้บัญญัติเลยว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด แต่เราจะทำให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนได้อย่างไร? นี่คือ 3 จุดเปลี่ยนสำคัญครับ

1. บอกลาการท่องจำ ด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่นอย่างเช่น "หลักสูตรฐานสมรรถนะ" (Competency-Based Curriculum)

ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยคือเรียนหนัก ท่องจำเก่ง แต่วิเคราะห์ไม่เป็น ใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ไม่ได้ ร่างนี้จึงบังคับให้การจัดทำสาระของหลักสูตร ต้องบูรณาการทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การใช้เหตุผลทางตรรกะ และปรัชญา เข้ากับสาระวิชา

ในทางทฤษฎีการศึกษา การปรับหลักสูตรคือ "บันไดขั้นแรก" ของการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบครับ หากอ้างอิงแนวคิด Constructive Alignment ของ John Biggs ที่ระบุว่า หลักสูตร วิธีการสอน และการประเมินผล ต้องสอดคล้องเป็นเส้นตรงเดียวกัน นั่นหมายความว่า เมื่อเราเปลี่ยนเป้าหมายหลักสูตรมาเป็น "สมรรถนะ" (ทำได้จริง คิดเป็น) ครูย่อมต้องเปลี่ยนวิธีสอน และรูปแบบการประเมินก็ต้องเปลี่ยนตาม โดยกฎหมายระบุชัดเจนว่า การประเมินต้องเป็นไปตามสภาพจริง และต้องไม่ก่อให้เกิดการทำร้ายจิตใจหรือลงโทษผู้เรียน เพราะฉนั้นถ้าเราทำได้ ตรงจุดนี้จะเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เราเจอกันทุกปีว่าข้อสอบแย่ ติวกันกระจุย สอบเสร็จลืม

การท่องจำไม่ใช่สิ่งที่โลกยุค AI ต้องการเลยครับ หากเราดูผลคะแนนการประเมิน PISA (ซึ่งเน้นวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง) จะเห็นได้ชัดเจนว่าคะแนนของเด็กไทยตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นี่คือใบเสร็จที่ยืนยันว่าหลักสูตรและการศึกษาแบบเดิมๆ ของเรา "ตามโลกไม่ทัน" แล้วครับ

สิงคโปร์: เปลี่ยนจากการเรียนแบบท่องไปสอบ มาเน้น 21st Century Competencies เพื่อให้เด็กมีความยืดหยุ่นและคิดแก้ปัญหาเป็น ออสเตรเลีย: ใช้หลักสูตรที่เน้น General Capabilities ขับเคลื่อนผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต โดยรัฐวิกตอเรีย รัฐนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยการใช้ Victorian Curriculum โดยไม่ได้สอนแยกแค่เนื้อหาวิชา แต่ฝังสมรรถนะหลัก เช่น การคิดเชิงวิพากษ์และสร้างสรรค์ (Critical and Creative Thinking) เข้าไปในทุกกระบวนการเรียนรู้

การปรับหลักสูตรในลักษณะนี้คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วย "ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์" ทำให้ผู้เรียนปรับตัวเก่ง และมีมูลค่าสูงในตลาดแรงงานโลกครับ

2. ตัดวงจรอำนาจนิยม ด้วย "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน"

โรงเรียนต้องไม่ใช่พื้นที่ของการใช้อำนาจกดขี่ ร่างฯนี้กำหนดให้กระทรวงต้องจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน" ในทุกจังหวัด เพื่อเป็นกลไกในการตัดต้นตออำนาจนิยมในโรงเรียน โดยมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่

* รับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบกรณีนักเรียนถูกละเมิดสิทธิจากสถานศึกษา ครู หรือบุคคลอื่น

* ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านกฎหมายหรือจิตวิทยาแก่นักเรียนที่ถูกละเมิดสิทธิ

* ติดตามและประเมินการปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่ากฎระเบียบไม่ละเมิดสิทธิของนักเรียน

* ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจถึงขั้นเป็นความผิดทางอาญา ศูนย์ฯ จะเป็นตัวกลางในการดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา

3. อำนาจในมือผู้เรียน: นักเรียนมีสิทธิ "ประเมิน" โรงเรียน ผู้บริหาร และครู

ที่ผ่านมา การประเมินคุณภาพโรงเรียนมักจะเป็นเรื่องของเอกสารที่ผู้ใหญ่ทำส่งผู้ใหญ่ แต่ร่างฯนี้จะพลิกโฉมหน้าใหม่ โดยให้ "ผู้เรียน" ในฐานะผู้รับบริการ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริงครับ

* กระทรวงต้องทำแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผู้เรียนสามารถส่งความคิดเห็น ประเมินคุณภาพการเรียนการสอน และแจ้งปัญหาที่พบในระบบการศึกษาได้

* ระบบประกันคุณภาพภายใน ต้องจัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียน เช่น การตอบแบบสอบถาม หรือการตั้งวงสนทนากลุ่ม (Focus Group)

* สถานศึกษาต้องนำข้อคิดเห็นและผลการประเมินเหล่านี้ ไปจัดทำเป็นแผนพัฒนาคุณภาพ และเปิดเผยต่อสาธารณะ

ในฝรั่งเศส มีกลไกรับฟังนักเรียนผ่านสภานักเรียนระดับมัธยม (Conseil de la vie lycéenne) รวมถึงการมีระบบประเมินบรรยากาศโรงเรียน (School Climate Surveys) ระดับชาติ ที่ให้นักเรียนประเมินสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และคุณภาพการสอนโดยตรง เพื่อนำ Feedback เหล่านั้นมาสะท้อนการทำงานของผู้บริหารและครู โดยไม่ปล่อยให้ผู้ใหญ่ประเมินกันเองแบบปิดประตูห้องครับ . การศึกษาที่ดีเริ่มต้นจากการเคารพความเป็นมนุษย์และศักยภาพของผู้เรียน ร่างฯ นี้ตั้งใจจะคืนห้องเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุขและปลอดภัยครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...