น้ำมันยังขึ้นต่อ แต่เรือไทยสามารถผ่านได้
น้ำมันยังขึ้นต่อ แต่เรือไทยสามารถผ่านได้
ราคาน้ำมันดิบเช้านี้เร่งตัวขึ้นต่อเฉลี่ย +3% หลังจากกลุ่มฮูติประกาศเข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการ และคาดว่าสหรัฐฯจะใช้กองกำลังภาคพื้นดิน เข้าควบคุมเกาะคาร์กและช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้สะดวกมากขึ้น ขณะที่ การถูกโจมตีโรงผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมของอิหร่าน ยังทำให้ราคาโลหะอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่ม Oil Play และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เหล็ก โดยเราคาดว่าจะเห็นแรงเก็งกำไรใน PTT, PTTEP, BANPU, TOP, SPRC, TSTH, MCS, INOX เป็นต้น
รัฐบาลแถลงใหญ่เพื่อเรียกความเชื่อมั่น โดยนายกฯแถลงขอโทษที่คาดการณ์สถานการณ์คลาดเคลื่อน ซึ่งพอจบช้ากว่าคาด จึงทำให้เกิดความโกลาหลสำหรับการใช้พลังงานในประเทศ แต่ยืนยันว่าสามารถบริหารคลังสำรองน้ำมันได้เพียงพอแล้ว และการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันในประเทศ โดยช่วยเพียงกลุ่มเปราะบาง ทำให้สามารถบริหารสถานการณ์ได้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อสามารถบริหารประเทศได้โดยมีอำนาจเต็มแล้ว คาดว่าจะออกมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบแพงได้ดียิ่งขึ้น โดยรัฐบาลคาดว่าจะแถลงนโยบายต่อสภาฯ ในช่วง 7-9 เม.ย.
ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิในระดับที่จริงจังมากขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซื้อสุทธิ 3.3 พันลบ. และมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่ต่างชาติซื้อสุทธิ 3 วันใน 5 วันทำการคล้ายสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ยอดสุทธิทั้งสัปดาห์เป็นซื้อ 2.0 พันลบ. ถือเป็นการปิดรอบสัปดาห์ที่เป็นซื้อสุทธิครั้งแรกนับตั้งแต่มีสงครามตะวันออกกลาง สะท้อนให้เห็นถึงโมเมนตัมของ Fund Flow ที่เริ่มเป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อ SET Index อ่อนตัวลงใกล้ 1,400 จุด ซึ่งแรงขายหลังจากนี้ที่ควรจะเบาลง คาดช่วยให้ Downside ของ SET Index อยู่ในระดับที่จำกัดมากขึ้น
สื่ออิหร่านตีข่าวไทย-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงในการให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คาดว่าจะช่วยลดผลกระทบจากความกังวลด้านการขาดแคลนพลังงานก่อนหน้านี้ได้ แต่ความตึงตัวด้านราคาพลังงานต่อผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ ยังขึ้นอยู่ที่ราคาน้ำมันเป็นหลัก หากน้ำมันยังขยับขึ้นต่อ ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโดยรวม และหุ้นกลุ่ม Anti-commodity