โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สส.ส้มชี้เป้ารัฐบาลบริหารพลาดส่อทำศก.ชะงัก-ขาดแคลนสินค้า

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 มีนาคม 2569 เวลา 15.33 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

29 มีนาคม พ.ศ. 2569 รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บมจ บางจากปิโตรเลียม (บมจ บางจากคอร์เปอร์เรชัน) กล่าวว่าการขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทต่อลิตรกลางดึกหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง) ตอน 3 ทุ่ม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จะทำให้ผู้กักตุนน้ำมันและเก็งกำไรที่รู้ข้อมูลวงในได้ประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้ใช้น้ำมันหรือไม่?

การค่อยๆลอยตัวราคาน้ำมันตามราคาตลาดโลกหรือการขึ้นราคาแบบขั้นบันไดตามตลาดโลกจะเป็นมาตรการที่เหมาะสมกว่า การปรับขึ้นทีเดียว 6 บาทก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการลักลอบนำน้ำมันไปขายประเทศเพื่อนบ้านได้มากนัก เพราะส่วนต่างราคาน้ำมันในประเทศที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน กับ ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศยังสูงมาก พฤติกรรมลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังเพื่อนบ้านจะหยุดลง เมื่อ ราคาในประเทศบวกค่าขนส่ง เท่ากับหรือมากกว่า ราคาประเทศเพื่อนบ้าน การทำกำไรจากส่วนต่างราคาเชิงพื้นที่ (Spatial Arbitrage) จะยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าราคาในประเทศยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือต่ำกว่าราคาในตลาดโลกค่อนข้างมาก การปรับขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทจึงยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเพราะโอกาสแห่งการเก็งกำไรแบบ Spatial Arbitrage ยังเกิดขึ้นต่อไป

การตอบสนองทางนโยบายที่อ่อนแอ จะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและอาจเกิดการขาดแคลนสินค้าในไตรมาสสองได้ โดยสินค้าขาดแคลนจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับปิโตรเลียม เม็ดพลาสติก พลาสติกบรรจุภัณฑ์ ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง ยารักษาโรค เคมีภัณฑ์และสีทาบ้าน เป็นต้น

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่าความเสี่ยง Stagflation แบบทศวรรษ 1970 อาจเกิดขึ้น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อสูงมากจะเกิดขึ้นในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย ส่วนสถานการณ์จะรุนแรงและยาวนานเหมือนช่วงทศวรรษ 1970 หรือไม่ ต้องติดตามว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะขยายขอบเขตสงครามไปมากขนาดไหน อย่างไรก็ตาม ปัญหาการว่างงานจะเป็นเรื่องใหญ่ในระยะต่อไป เนื่องจากตลาดแรงงานมนุษย์จะถูกซ้ำเติมด้วยเทคโนโลยีเอไอเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในเกือบทุกธุรกิจอุตสาหกรรมอีกด้วย Generative AI and AGI จะเปลี่ยนกายวิภาคของงาน (Anatomy of Work) เสริมศักยภาพการทำงานของแรงงานมนุษย์ จากการวิจัยพบว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะทำให้สามารถประหยัดเวลาการทำงานของแรงงานมนุษย์ได้ไม่ต่ำกว่า 60-70% Generative AI and AGI จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ความรู้สูง ทักษะสูงและค่าจ้างสูงมากกว่าแรงงานทักษะต่ำและค่าจ้างต่ำ มีการคาดการณ์ตำแหน่งงานในตลาดแรงงานทั้งหมดครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 50% จะถูกแทนที่โดยระบบอัตโนมัติภายในปี ค.ศ. 2045 Generative AI ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตจะทำให้อัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นระหว่าง 0.5-3.4% ต่อปี Augmentation แรงงานทักษะต่ำให้ทำงานได้ดีขึ้นและสร้างผลกำไรให้กับกิจการได้มากขึ้น

Artificial General Intelligence (AGI) หรือ General AI (ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาให้ใกล้เคียงมนุษย์) และ Generative AI (ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์) จะนำไปสู่อุปทานส่วนเกินจำนวนมากของงานสร้างสรรค์ อุปทานแรงงานสร้างสรรค์ นำไปสู่การลดลงของอุปสงค์ต่อแรงงานสร้างสรรค์ของมนุษย์อย่างชัดเจนในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าและอนาคตต่อไป Generative AI ทำให้สามารถพัฒนาสู่ AGI (Artificial General Intelligence) ซึ่งเป็น “ปัญญาประดิษฐ์ สามารถทำงานเลียนแบบสมองมนุษย์ได้ ไม่ได้เป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานเฉพาะเจาะจงตามโปรแกรมคำสั่งที่ถูกป้อนให้เท่านั้น การเกิดขึ้นของ Gen AI และ AGI จะทำให้แรงงานทักษะขั้นสูงมีผลิตภาพ (Productivity) และผลผลิตเพิ่มขึ้นหลากหลายและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้เรา สามารถทำงานน้อยลง ได้ผลผลิตมากกว่าเดิม และ Generative AI และ Quantum Computing จะเข้ามา ทำงานแทนแรงงานมนุษย์ได้แทบจะทุกสาขาวิชาชีพ รวมทั้งสามารถทำงานในสิ่งที่ศักยภาพของสมองมนุษย์มีขีดจำกัด ไม่สามารถทำได้

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่ามาตรการลดครองชีพของกระทรวงพาณิชย์ แบบ ร้านธงฟ้าราคาประหยัด หาสินค้าราคาถูกหรือวัตถุดิบราคาถูกมาจำหน่าย จะไม่ได้ผลและเพียงบรรเทาปัญหาค่าครองชีพและเงินเฟ้อสูงได้เพียงบางพื้นที่และชั่วคราวเท่านั้น จะได้เพียงภาพลักษณ์และการโฆษณาเท่านั้น เพราะ ขนาดของโครงการเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดที่ใหญ่โต เช่น หาวัตถุดิบราคาถูกให้ร้านข้าวแกงหรือร้านอาหารตามสั่ง 24 แห่งตามนโยบายไทยช่วยไทย ไม่สามารถกดดันราคาตลาดให้ลดลงได้ จะได้เพียงภาพลักษณ์และการโฆษณาเพื่อบอกประชาชนว่า กำลังแก้ปัญหาอยู่ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาในเชิงระบบได้อย่างแท้จริง เกิดต้นทุนแฝงและการขนส่ง เพิ่มการใช้พลังงานโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ เท่ากับรัฐไปอุดหนุนค่าขนส่งให้ร้านค้าบางร้านที่อยู่ในโครงการ เป็นการเอาเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนชั่วคราวให้บางร้าน เป็นการบิดเบือนกลไกราคา โดยอาจถูกตั้งคำถามว่า ร้านค้า 24 แห่งที่ถูกเลือกใช้หลักเกณฑ์อะไรในการคัดเลือก มาตรการแก้ปัญหาวิกฤติค่าครองชีพและเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานต้องแก้ไปที่ต้นตอของปัญหา ต้องปฏิรูประบบพลังงาน ต้องส่งเสริมให้มีการแข่งขัน ลดอำนาจผูกขาดส่งเสริมการแข่งขัน กระจายแหล่งพลังงานไปยังพลังงานทางเลือกพลังงานหมุนเวียนที่มีราคาถูกกว่าพลังงานฟอสซิล เน้นพลังงานกระจายศูนย์และกระจายแหล่งพลังงานสู้วิกฤติน้ำมันลากยาว

ขณะเดียวกันระบบพลังงานของประเทศไทยเป็นระบบรวมศูนย์ รวมศูนย์ทั้งการวางยุทธศาสตร์และแผนงาน ทั้งการตัดสินใจและการดำเนินการ รวมทั้งพึ่งพาแหล่งผลิตพลังงานขนาดใหญ่ ขณะนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์สามารถเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการกระจายความผิดชอบในระบบพลังงานของประเทศไปยังกลุ่มต่างๆ ทำให้การผลิตและการจัดการพลังงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติพลังงานได้ดีขึ้น มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง พึ่งพาตัวเองทางพลังงานได้มากขึ้นโดยเฉพาะจากพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานจากแสงอาทิตย์ เรายังลงทุนและมีการใช้พลังงานหมุนเวียนน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย นโยบายการส่งเสริมการผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์จำเป็นจะต้องลดการกีดกันทางการตลาดของระบบพลังงานแบบรวมศูนย์ลง ไม่ว่าจะเป็นมิติของการลงทุน โครงสร้างราคาและโครงสร้างพื้นฐานในรองรับพลังงานแบบกระจายศูนย์ เพื่อให้การผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์มีความเป็นไปได้ทางการเงินและเศรษฐศาสตร์ ผลิตพลังงานป้อนระบบพลังงานของประเทศได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...