โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนทำงานไทยยก ‘ออฟฟิศใกล้-ไปง่าย’ คือปัจจัยที่ทำให้มีความสุขที่สุดในการทำงาน

Positioningmag

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 11.46 น. • Lupang

ตอนนี้ไม่ใช่แค่ ‘เงินเดือน’ หรือ ‘สวัสดิการ’ ที่ทำให้คนทำงานมีความสุขหรือตัดสินใจเลือกทำงานกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น เพราะรายงาน Workplace Happiness Report จาก Jobsdb by SEEK ระบุว่า
ปัจจัยที่ทำให้คนทำงานไทยมีความสุข ได้แก่
อันดับ 1 : 70% มีระดับความสุขกับโลเคชันสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตัดสินใจได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
อันดับ 2 : 66% มีระดับความสุขกับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
อันดับ 3 : 65% มีระดับความสุขกับหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน
อันดับ 4 : 64% มีระดับความสุขกับเพื่อนร่วมงานและรู้สึกมีเป้าหมายในงานที่ทำ
อันดับ 5 : 63% มีระดับความสุขกับความมั่นคงในอาชีพการงาน
สะท้อนให้เห็นว่า ความสะดวกในการเดินทางและการพัฒนาตัวเอง กลายเป็น ‘บรรทัดฐานใหม่’ ที่คนทำงานยุคนี้ให้ค่ามากกว่าสวัสดิการพื้นฐานทั่วไป
รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายแล้ว ‘ความหมายของงาน’ ยังเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะคนไทยกว่า 80% พร้อมจะทุ่มเทและและมีแนวโน้มจะอยู่กับองค์กรนานขึ้น หากรู้สึกว่า งานที่ทำมี ‘คุณค่า’ และ ‘มีเป้าหมาย’
ดังนั้น หากองค์กรต้องการรักษาคนเก่งไว้ในระยะยาว นอกจากจะต้องมีทำเลที่ตั้งที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตแล้ว จำเป็นต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนความสุขตามบริบทของคนในแต่ละเจเนอเรชัน
แม้ 65% ของคนทำงานไทยจะรักในบทบาทหน้าที่ของตน แต่กลับมีเพียง 53% เท่านั้นที่พึงพอใจกับภาระงาน และความกดดันที่ได้พบเจอจริงระหว่างการทำงาน
ประเด็นนี้สะท้อนว่า องค์กรส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับปัญหาการกระจายงานที่หนักเกินไป ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะหมดไฟ
ดังนั้น องค์กรจึงควรสนับสนุนการมอบหมายงานที่น่าสนใจ บริหารจัดการปริมาณงานให้อยู่ในระดับเหมาะสม รวมถึงการสร้างเส้นทางการเติบโตในสายงานที่ชัดเจน เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงานจากเพียงแค่ ‘อยู่ได้’ ไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

เจาะลึกความสุขต่างเจเนอเรชัน

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการและปัจจัยที่สร้างความสุขของคนทำงานแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

  • Baby Boomers (อายุ 60-64 ปี): เป็นกลุ่มที่มีความสุขในการทำงานสูงถึง 75% และรู้สึกหมดไฟน้อยที่สุด เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของการทำงาน ปัจจัยหลักที่ให้ความสำคัญคือ ความพึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน สมดุลชีวิตระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีความต้องการเปลี่ยนงานเพียง 33% เท่านั้น

  • Gen X (อายุ 45-59 ปี): มีระดับความสุขอยู่ที่ 72% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความก้าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สูงที่สุด ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนความสุขคือ หน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน (69%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (65%) แม้ว่าจะอยู่ในระดับผู้บริหาร แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังคงต้องการการยอมรับในผลงานและเงินเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น

  • Millennials (อายุ 30-44 ปี): คนกลุ่มนี้มีระดับความสุขอยู่ที่ 67% โดยมักถูกเรียกว่า เดอะแบก ความสุขของคนกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (67%) และเป้าหมายในการทำงาน (62%)

  • Gen Z (อายุ 18-29 ปี): คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีระดับความสุขต่ำที่สุด (59%) และรู้สึกหมดไฟสูงสุดถึง (51%) เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ปัจจัยที่ช่วยสร้างความสุขให้กับคนกลุ่มนี้คือ ทีม/เพื่อนร่วมงาน (61%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (70%) การสนับสนุนจากหัวหน้างานและบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่

บทสรุปสำหรับองค์กร
ความสุขในที่ทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดกิจกรรมสันทนาการ แต่คือการบริหาร ‘ความสมดุล’ ระหว่างปริมาณงาน สุขภาพจิต และการสร้างความหมายในเนื้องาน เพื่อรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้ในวันที่โลกการทำงานหมุนเร็วและกดดันมากกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...