BAM ปรับเกมขยายครบสูตร โรดโชว์รายใหญ่-ดึงรายย่อย
#BAM #ทันหุ้น–BAM ชี้เศรษฐกิจรอบนี้ซึมลึกและกระจายวงกว้าง ฉุดผลเรียกเก็บไตรมาส 1/2569 ต่ำเป้า กดดันจากดีลทรัพย์ใหญ่สะดุดเหตุสถาบันการเงินเข้มปล่อยกู้ “ดร.รักษ์”เร่งปรับเกมรุกโรดโชว์ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ-รายย่อย ผ่อนเกณฑ์เข้าถึงทรัพย์และโครงสร้างหนี้ พร้อมดันโอกาสลูกหนี้กลับสู่ระบบสินเชื่อ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า สัญญาณวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ ส่งผลกระทบพร้อมกันตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่, ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลาง – ขนาดย่อม (SMEs), รวมถึงกำลังซื้อของประชาชนฐานรากจึง “ยืดเยื้อและฝังลึก”
“วิกฤติรอบนี้มีลักษณะเฉพาะตัว แตกต่างจากต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดอยู่ในกลุ่มที่มีฐานะ แต่วิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ แรงกระแทกไหลลงสู่ฐานรากกำลังซื้อกำลังอ่อนแอลงอย่างชัดเจน สถานการณ์จะซึมลึกและยาวนานกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง”
เร่งปรับกลยุทธ์
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนเข้ามาในผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ของ BAM ซึ่งผลเรียกเก็บมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละไตรมาส เนื่องจากการเจรจาปิดดีลทรัพย์รายการใหญ่(Big Ticket) ขยายระยะเวลาออกไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H/69) อย่างไรก็ตามBAM ยังคงเป้าหมายผลเรียกเก็บทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.79 หมื่นล้านบาท
“ไตรมาสแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากทรัพย์รายการใหญ่ (Big Ticket) ที่มีมูลค่าสูงไม่สามารถปิดการขายได้ตามเป้า เพราะ ณ ปัจจุบันธนาคารยังไม่พิจารณาปล่อยสินเชื่อ ทำให้การขายทรัพย์นี้ต้องเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 3 หรือ 4”
ดร.รักษ์ ระบุ BAM จึงต้องเร่งปรับต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว(Remap Strategy) สำหรับทรัพย์ NPA เน้นขยายฐานเป้าหมายออกไปทั้งลึกและกว้างกว่าที่เคย อาทิ การไปโรดโชว์ในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อหานักลงทุนและนิติบุคคลต่างชาติเข้ามาซื้อทรัพย์หรือร่วมลงทุน, การขายตรงทรัพย์รายย่อยให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระ – ผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้แน่นอนแต่ไม่มีหลักฐานทางการเงิน จึงไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินได้
“เมื่อทรัพย์ชิ้นใหญ่ขายยากขึ้น บริษัทจึงต้องปรับแผนเพื่อหาผู้ซื้อกลุ่มใหม่เข้ามาทดแทน สำหรับการขายทรัพย์มือสองให้กับผู้ซื้อรายย่อย BAM ได้ปรับเกณฑ์โดยการไม่เช็คเครดิตบูโร เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่แบงก์ไม่ปล่อยกู้ เช่น คนที่มีเงินเดือนน้อยหรือกลุ่มอาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือน สามารถเข้าถึงการมีบ้านหลังแรกได้”
ขณะเดียวกันก็ได้ปรับเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ทรัพย์ NPL เพื่อให้ลูกหนี้สามารถผ่อนชำระได้อย่างต่อเนื่องและปิดหนี้ได้จริง ส่วนกลุ่มหนี้ธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ขณะที่ BAM ในฐานะเจ้าหนี้ก็อยากได้เงินคืนจึงต้องหา “ที่ปรึกษาทางการเงิน” หรือ Financial Advisor (FA) ที่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. มาเป็นตัวกลางเจรจาให้ลูกหนี้ทำธุรกิจต่อได้และจ่ายหนี้ได้ในระยะยาว โดย BAM จะช่วยออกค่าธรรมเนียม FA ให้บางส่วน
พร้อมกันนี้ ดร.รักษ์ ยังเร่งผลักดันให้เกิด“รหัสลูกหนี้ใหม่” (Reperforming Loan : RPL) ในเครดิตบูโรเรียกว่า รหัส 054 สำหรับลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วและมีประวัติชำระดีต่อเนื่อง 12 เดือน เพื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนี้มีโอกาสกลับไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกครั้ง