Shell หั่นคาดการณ์ผลิตก๊าซ รับผลกระทบตะวันออกกลาง แม้น้ำมันพุ่งหนุนรายได้
Shell หั่นคาดการณ์ผลิตก๊าซ รับผลกระทบตะวันออกกลาง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบกำลังผลิตในกาตาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ Shell plc ปรับลดคาดการณ์การผลิตก๊าซแบบบูรณาการ (integrated gas) ในไตรมาส 1 ปีนี้ สะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อปริมาณการผลิตในกาตาร์
เชลล์ระบุในรายงานอัปเดตผลการดำเนินงานว่า ปริมาณการผลิตก๊าซในไตรมาสแรกคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 880,000–920,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวัน ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 920,000–980,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ในไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมีการผลิตอยู่ที่ 948,000 บาร์เรลต่อวัน
ในด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัทคาดว่าปริมาณการผลิตจะอยู่ที่ 7.6–8 ล้านตัน โดยแม้จะได้รับแรงหนุนจากโครงการ LNG Canada ที่เริ่มเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังถูกกดดันจากข้อจำกัดด้านสภาพอากาศในออสเตรเลีย และการหยุดชะงักของการผลิตในกาตาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 7.4–8 ล้านตัน และใกล้เคียงกับระดับ 7.8 ล้านตันในไตรมาสก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน เชลล์คาดว่าผลประกอบการจากธุรกิจเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจการค้าพลังงาน (oil trading) จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เช่นเดียวกับธุรกิจการตลาด ซึ่งสะท้อนประโยชน์จากความผันผวนของตลาดพลังงาน
ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานโลก ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสแรก หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทพลังงานขนาดใหญ่ (Big Oil) มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันด้านการผลิตในบางพื้นที่ก็ตาม
อ้างอิง :reuters.com