โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘วราวุฒิ’ ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้วิกฤตเม็ดพลาสติกขาด ดันรีไซเคิล 2.7 ล้านตันสกัดต้นทุนพุ่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตสินค้า ตั้งแต่เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติก กำลังทวีความรุนแรง

หลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในประเทศเริ่มลดลงและหาได้ยากมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเชิญจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมหารือเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการปัญหา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อประชาชน

โดยที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำงานเชิงรุกกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกอย่างใกล้ชิด

ภารกิจหลักของคณะทำงานชุดนี้ คือการเจาะข้อมูลเชิงลึกครอบคลุม เช่น โครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ,ปริมาณสต็อกเม็ดพลาสติกในระบบ และพฤติกรรมการกระจายสินค้าและราคาจำหน่าย

เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการปรับขึ้นราคา และป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน

อย่างไรก็ดี ในอีกมิติหนึ่งมองว่าวิกฤติครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่ยังพึ่งพาวัตถุดิบใหม่จากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่ประเทศไทยมีขยะพลาสติกจำนวนมาก

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 25% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี

“นี่คือโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน โดยผลักดันการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใช้ทดแทนวัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงด้านอุตสาหกรรมในระยะยาว การรีไซเคิลคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม”

นายวราวุฒิ กล่าวอีกว่า หากสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอและมีต้นทุนเหมาะสม จะช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมค่าครองชีพของประชาชน

คณะทำงานจะเร่งหารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งด้านการผลิต การนำเข้า การกระจายสินค้า และการกำกับดูแลราคาอย่างเป็นระบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...