โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เมื่อขยะ(ไม่)ไร้ค่า

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 เมษายน 2569 เวลา 4.30 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะความผันผวนของราคาพลังงานจากพิษสงครามในตะวันออกกลาง และวิกฤตขยะล้นเมืองที่กัดเซาะสิ่งแวดล้อมมานานนับทศวรรษ คำถามสำคัญคือ เราจะหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?

คำตอบที่น่าสนใจเพิ่งถูกฉายภาพให้เห็นชัดเจนขึ้น เมื่อ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ลงพื้นที่แกะรอยความสำเร็จของ "โมเดลโคราช" ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ซึ่งไม่ใช่แค่การกำจัดขยะ แต่คือการสร้าง "โรงกลั่นน้ำมันชุมชน" จากสิ่งที่เราเคยทิ้งขว้าง

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือเทคโนโลยี SUT-MBT (Mechanical and Biological Treatment) ซึ่งเป็นการบำบัดขยะเชิงกลชีวภาพที่เข้ามาลบภาพจำเดิมๆ ของบ่อขยะที่เหม็นเน่าและเต็มไปด้วยเชื้อโรคโดยใช้เทคโนโลยีและพร้อมบริหารจัดการระบบอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 588,425,000 บาท เพื่อส่งเสริมสาธิต นําร่องขยายผลเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบครบวงจรของ มทส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่ประสบปัญหาวิกฤตด้านการจัดการขยะ

โดยมี อปท.นําร่อง 4 อําเภอหลักคือ เทศบาลเมืองสีคิ้ว เทศบาลเมืองเมืองปัก เทศบาลตําบลด่านขุนทด และเทศบาลตําบลแชะ กรณีศึกษาของโครงการจัดการขยะชุมชนของ มทส. มีการใช้เทคโนโลยีบําบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ SUT-MBT สามารถกำจัดขยะได้ อปท.แห่งละ 25 ตันต่อวัน รวม 100 ตันต่อวัน และยังมีผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse-derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เมื่อนำมาผ่านระบบไพโรไลซิสสามารถแปรรูปขยะพลาสติกเป็นผลิตน้ำมันไพโรไลซิส ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินได้

ทั้งนี้ โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกเป็นทางเลือกในการแก้วิกฤตพลังงานในปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรในรูปแบบกระจายศูนย์ โดยผสานเทคโนโลยี MBT ที่สามารถคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ทั้งในรูปแบบเชื้อเพลิงพลาสติก (RDF-3) และเชื้อเพลิงผสม (Reject) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสด้วยเทคโนโลยีการเผาแบบไร้อากาศ หรือเทคโนโลยีไพโรไลซิสที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้ในภาคเกษตร ภาคขนส่งได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีไพโรไลซิสสามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณ 4-5 ตัน/วัน ให้กลายเป็นน้ำมันดิบได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคขนส่งได้จริง

นายอัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) กล่าวว่า ในมิติของนโยบาย โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกเป็นทางเลือกในการแก้วิกฤตพลังงานในระดับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลก หากมีการขยายผลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. ที่มีอยู่ประมาณ 8,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไปยังระดับชุมชน

โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพลังงานต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันโครงการนําร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ช่วยบรรเทาแก้ปัญหาวิกฤตขยะจังหวัดนครราชสีมาได้กว่า 180 ตัน/วัน หรือกว่า 21,600 ตัน (ข้อมูลนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.2560-ก.ย.2560)

ความสำเร็จของ มทส.และ ส.กทอ.ในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่า "ขยะคือทรัพยากร" หากบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ถูกต้องและโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน และทิศทางของกองทุนในปี 2569 ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนโครงการต้นแบบที่มีแผนบริหารจัดการชัดเจน จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยกำลังขยับจากการ "แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า" ไปสู่การสร้าง "โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด" อย่างเป็นรูปธรรม.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...