PwC เผย ซีอีโอไทย มองศก.ยังไม่ฟื้น ชู AI หนุนโต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 07.38 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - PwC ประเทศไทย เผยผลสำรวจซีอีโอปี 2569 ชี้ความเชื่อมั่นธุรกิจไทยลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี จากแรงกดดันเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงไซเบอร์ ขณะเดียวกันองค์กรเร่งใช้ AI และขยายธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กลายเป็นเรื่องปกติ
รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก ประจำปีครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย ของ PwC ประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI” สะท้อนภาพรวมสำคัญว่า ผู้นำธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจที่ผันผวน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ซีอีโอไทยยังคงมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระดับองค์กร และการขยายธุรกิจไปสู่โดเมนใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
นายพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร PwC ประเทศไทย ระบุว่า ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยในปี 2569 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยมีเพียง 34% ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของซีอีโอทั่วโลกที่อยู่ที่ 55% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าผู้นำองค์กรต้องบริหารธุรกิจภายใต้บริบทที่ “ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ” และต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรับมือความเสี่ยงระยะสั้นกับการวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว
ผลสำรวจยังชี้ว่า ความเสี่ยงหลักที่ซีอีโอไทยกังวลมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ 29% รองลงมาคือปัจจัยด้านเทคโนโลยี กำแพงภาษี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนธุรกิจ การบริหารต้นทุน และห่วงโซ่อุปทาน ทำให้หลายองค์กรเลือกชะลอหรือพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
ในอีกด้านหนึ่ง แม้องค์กรไทยจะเริ่มเปิดรับ AI มากขึ้น โดย 33% ของซีอีโอระบุว่าสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการใช้ AI ในปีที่ผ่านมา แต่มีเพียง 18% เท่านั้นที่สามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้พร้อมกัน สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ข้อมูล และทักษะบุคลากร รวมถึงความจำเป็นในการมีกรอบกำกับดูแล AI ที่เหมาะสม (Responsible AI) เพื่อให้เกิดประโยชน์เชิงธุรกิจอย่างแท้จริง ปัจจุบันการใช้ AI ยังเน้นในงานสนับสนุนมากกว่าการนำไปใช้ในกระบวนการหลักที่สร้างรายได้โดยตรง
ขณะเดียวกัน องค์กรไทยเริ่มปรับตัวเชิงรุกมากขึ้น โดย 56% ของซีอีโอระบุว่าได้ขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มบริการด้านสุขภาพและสุขภาวะ รวมถึงธุรกิจบริการและการพักผ่อน ซึ่งถูกมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต นอกจากนี้ การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) กลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมากขึ้น โดย 38% ของซีอีโอมีแผนทำดีลขนาดใหญ่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อเสริมศักยภาพองค์กร ขยายตลาด และกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก
รายงานยังสะท้อนว่า การพลิกโฉมองค์กร (Transformation) ไม่สามารถทำแบบค่อยเป็นค่อยไปได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยความสามารถในการจัดสรรทรัพยากร การลงทุน และบุคลากรไปยังจุดที่สร้างมูลค่าได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งต้องกล้าปรับหรือยุติสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ PwC แนะนำว่า ซีอีโอไทยควรมุ่งดำเนินกลยุทธ์ 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ การยกระดับการใช้ข้อมูลและ AI ให้สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จริง การเสริมความแข็งแกร่งด้านไซเบอร์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นผ่านความร่วมมือหรือการทำ M&A อย่างมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์
โดยสรุป ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับภาคธุรกิจไทย ซึ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในหลายมิติ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำคัญสำหรับองค์กรที่สามารถปรับตัวได้เร็ว ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ และมีกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจนในการเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสในระยะยาว