โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลัด มท. ติดตาม ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 17 จังหวัดภาคเหนือ สั่งระดมกำลังทุกภาคส่วน

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 07.55 น. • The Bangkok Insight

ปลัด มท. ติดตามสถานการณ์ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 17 จังหวัดภาคเหนือ สั่งระดมกำลังทุกภาคส่วน เน้นใช้อากาศยานควบคุมไฟ

วันนี้ (31 มี.ค.) เวลา 09.30 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากจังหวัดเชียงใหม่ การประชุมครั้งนี้เป็นการ “ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี” ในการยกระดับ 4 มาตรการสู้ฝุ่น PM2.5 อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็น “หน่วยหลัก” ในการบูรณาการและระดมสรรพกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์

ปลัด มท.

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์พบว่า ปัญหาฝุ่นละอองและจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ มีสาเหตุหลักจากการลักลอบเผาในพื้นที่ป่า รวมถึงไฟป่าในเขตอุทยานและป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เข้าถึงยาก ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงได้ สั่งการ “ด่วนที่สุด” ให้ทุกจังหวัดยกระดับการปฏิบัติการทันที ภายใต้ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเฝ้าระวังเข้มข้น บูรณาการทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด กับผู้ลักลอบเผาและผู้ก่อให้เกิดจุดความร้อน การระดมกำลังเต็มศักยภาพ ทั้งกำลังพล เครื่องจักร และ “อากาศยาน” เข้าควบคุมและดับไฟโดยทันที พร้อมการเสริมกำลังข้ามพื้นที่ทันที หากเกินขีดความสามารถของจังหวัด และให้รายงานส่วนกลางเพื่อสนับสนุนโดยเร่งด่วน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงาน “ทำงานแบบศูนย์บัญชาการเดียว”

โดยมอบ ปภ. เป็นหน่วยหลักในการประสานกำลัง โดยเฉพาะการใช้อากาศยาน เช่น เฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าควบคุมไฟในพื้นที่เข้าถึงยากอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการ “ปิดป่าเข้มข้น” ควบคู่กับการลาดตระเวนและควบคุมการเข้าพื้นที่เสี่ยงอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการเกิดจุดความร้อนในเชิงป้องกัน พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดลงบัญชาการพื้นที่วิกฤตแบบใกล้ชิด เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ “ให้จบในพื้นที่” โดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ให้ทุกจังหวัดรายงานข้อมูลสถานการณ์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งค่าฝุ่น PM2.5 และจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อใช้วิเคราะห์และสั่งการได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งเร่งสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง และเชิญชวนประชาชนร่วมเฝ้าระวัง หากพบเหตุไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดพิจารณาควบคุมการเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะมาตรการ ‘ปิดป่า’ อย่างเข้มข้น โดยหลายจังหวัดได้ประกาศปิดพื้นที่ป่าและพื้นที่เสี่ยงแล้ว พร้อมทั้งให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าพื้นที่ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการลักลอบเผาและลดการเกิดจุดความร้อนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ในจุดที่สถานการณ์วิกฤตอย่างใกล้ชิด เพื่อกำชับการปฏิบัติงานในจุดเสี่ยงและจุดเกิดเหตุ ให้สามารถควบคุมสถานการณ์และตัดไฟให้จบในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งให้มีการรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์ฝุ่นละออง แนวทางการปฏิบัติตน และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ตลอดจนเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง หากพบเหตุไฟป่าสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที” นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ทางด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด เปิดเผยว่า ได้สั่งการหน่วยในสังกัดทั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ "ปฏิบัติการเชิงรุก" โดยผนึกกำลังร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคีเครือข่ายเข้าจัดการปัญหาในทันที โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) เป็นฐานในการวางแผน เข้าควบคุมไฟได้อย่างตรงจุด พร้อมระดม “ทีมเผชิญเหตุ” และเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ทั้งรถบรรทุกน้ำและรถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูง ปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ชุมชนทั่วภาคเหนือ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

นอกจากนี้ ปภ. ได้แจ้งแนวทางการใช้จ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติโดยไม่ต้องรอการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผุ้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้จั้งหวัดสามารถบริหารจัดการภัยในมิติต่าง ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ปภ. ได้เสริมกำลังทางอากาศอย่างเร่งด่วน โดยส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ลำที่ 2 เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟในพื้นที่ภูเขาสูงและป่าลึก ซึ่งหน่วยภาคพื้นดินเข้าถึงยาก โดยได้ยกตัวจากจังหวัดลพบุรี และมีกำหนดถึงจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงบ่ายวันนี้ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะบูรณาการทุกภาคส่วน “เดินหน้าปฏิบัติการเต็มกำลัง” เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ให้คลี่คลายโดยเร็ว และลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...