โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. ชี้สงครามยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง รับชะตากรรมราคาสินค้าขึ้น

Khaosod

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 08.39 น.

ส.อ.ท. ชี้สงครามยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง ราคาสินค้าขึ้น 8-10% อย่างเลี่ยงไม่ได้ ค่าขนส่งเพิ่ม 20-25% ภายใต้ราคาน้ำมันไม่พุ่งถึงวิกฤต 150 เหรียญสหรัฐ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าขณะนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอลกับอิหร่าน มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น โรงงานเหล็ก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโดยรวม

ในระยะเร่งด่วน ปัจจัยสำคัญคือปัญหาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนัก

โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด ทั้งจากต้นทุนค่าครองชีพ ค่าการเดินทาง และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าทยอยปรับขึ้นราคา สะท้อนให้เห็นว่าความเปราะบางในสถานการณ์ปัจจุบันกระจายอยู่ในทุกภาคส่วน

โดยจากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าราคาสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 20-25% ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ำมันยังไม่พุ่งสูงถึงระดับวิกฤต 150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจต้องมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นรวดเร็วเกินไป ต้องดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้และยังคงรักษาการจ้างงาน มีรายได้ แต่ไม่เพียงพอ

“มาตรการภาครัฐจึงควรถูกออกแบบให้มีความแม่นยำ ตรงจุด ใช้ทีมงานเข้าไปดู และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน”

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มล้วนมีความเปราะบาง เนื่องจากเรือมีปัญหา เช่น ปุ๋ย มีปัญหากระทบต่อการทำเกษตรกรรมในรอบต่อไป เป็นความน่ากังวล โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาสินค้าเหล่านั้นในการประกอบอาชีพถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด

นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกที่กำลังประสบภาวะขาดแคลน และราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 50-70% ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์หลายประเภทเริ่มตึงตัว ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะ ซองขนม หรือบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ซึ่งล้วนจำเป็นต้องใช้พลาสติก รวมถึงซองน้ำจิ้ม และซองเครื่องปรุงต่างๆ กระทบต่อการผลิต การส่งออก และการจำหน่ายสินค้าโดยตรง

สำหรับราคาน้ำมัน มองว่าระดับความเหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ โดยควรพิจารณาเชิงเปรียบเทียบ เนื่องจากแต่ละประเทศมีนโยบายแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาน้ำมันของไทยยังไม่สูงที่สุด เพราะหลายประเทศมีราคาสูงกว่า ยกเว้นบางประเทศ เช่น บรูไน

ในส่วนของการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น ส่วนตัวไม่สามารถให้ความเห็นตัวเลขที่เหมาะสมได้ตายตัว จำเป็นต้องคำนวณอย่างรอบด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ซึ่งแนวทางมีได้ทั้งการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หรือการอุดหนุนในระดับที่เหมาะสม ส่วนกรณีค่าไฟฟ้า ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกันนั้น เห็นว่าการปรับขึ้นควรดำเนินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำซ้อนต่อประชาชน

นายเกรียงไกร กล่าวว่าสำหรับการเลือกตั้งกรรมการและประธานของ ส.อ.ท. วันนี้ (30 มี.ค.2569) มองว่าควรดำเนินการอย่างโปร่งใสและยึดหลักความเหมาะสมของบุคลากรเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีเกียรติและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ กระบวนการคัดเลือกควรเป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และปราศจากข้อครหา โดยเน้นการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเหมาะสมกับตำแหน่ง มากกว่าการยึดระบบโควตา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับ จากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

”เพราะ ส.อ.ท. เป็นองค์กรที่มีการยอมรับ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ซึ่งตำแหน่งประธานเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ ซึ่งมีผลต่อการสะท้อนการทำงานการเมือง รัฐบาล ต้องมาอย่างสง่างาม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท. ชี้สงครามยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง รับชะตากรรมราคาสินค้าขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...