โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คุมเข้ม หนุ่มจีน ซุกคลังแสง-ระเบิด ส่งฝากขังศาลพัทยา เพิกถอนวีซ่าทันที

Amarin TV

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คุมเข้ม

คุมเข้ม "หนุ่มจีน" ซุกคลังแสง-ระเบิดC4 ส่งฝากขังศาลพัทยา สีหน้านิ่งเงียบ ขณะที่ ตม. สั่งเพิกถอนวีซ่าทันที - บุกตรวจสอบบ้านอดีตภรรยา ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์หรูเสียหลักพุ่งเฉี่ยวชนแท่นปูนแบริเออร์ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน เข้าตรวจสอบและพบสิ่งผิดปกติภายในรถยนต์ กระทั่งนำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก และพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด C4 รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก จนกลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่หน่วยงานความมั่นคงจับตาอย่างใกล้ชิดนั้น

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (9 พ.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ แสนปัญญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เจ้าของคดี ได้เบิกตัวนายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมภายในห้องพนักงานสอบสวน โดยมีล่ามแปลภาษาร่วมรับฟังตลอดการสอบสวน

ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหามีสีหน้านิ่งเฉย พูดน้อย และมีอาการเหม่อลอยตลอดเวลา ก่อนเจ้าหน้าที่จะพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ และควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องหา เพื่อนำส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา เนื่องจากตรงกับวันเสาร์ซึ่งศาลเปิดทำการครึ่งวัน และกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจัดรถสายตรวจนำขบวนและรถติดตามประกบตลอดเส้นทาง เนื่องจากประเมินว่าคดีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน และอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อีกทั้งยังพบว่าผู้ต้องหามีภาวะเครียดสะสมและเข้าข่ายซึมเศร้า จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดระหว่างควบคุมตัว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.นภัสพงศ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนำหนังสือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือ "แบล็กลิสต์" เข้าแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหารับทราบแล้ว เตรียมผลักดันออกนอกประเทศทันที หลังสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนหญิงสาวที่ปรากฏในภาพช่วงเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงเพื่อนของผู้ต้องหา โดยทั้งคู่รู้จักกันระหว่างที่ผู้ต้องหาเดินทางท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว ก่อนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายน และติดต่อให้ผู้ต้องหาพาเที่ยวในพื้นที่พัทยา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านพัก พบว่าทั้งสองพักอาศัยแยกห้องกันมาตลอด อีกทั้งหญิงสาวยังมีตั๋วเครื่องบินเตรียมเดินทางกลับประเทศในวันที่ 10 พ.ค. นี้ แต่กลับมาเกิดเหตุเสียก่อน ทำให้ขณะนี้ตำรวจยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงหญิงสาวเข้ากับอาวุธสงครามหรือวัตถุระเบิดที่ตรวจพบ

นอกจากนี้ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และ กก.สส.บก.น.3 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งย่านถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร หลังพบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับอดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน จากการสอบสวน น.ส.จันทิมา (สงวนนามสกุล) ให้การว่า เคยจดทะเบียนสมรสกับนายหมิงเฉิน เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2565 ก่อนจะจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 โดยทั้งคู่รู้จักกันระหว่างรับประทานอาหารที่ร้าน Waterside ก่อนคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันช่วงหนึ่ง ซึ่งหลังแต่งงาน นายหมิงเฉิน จะเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยเป็นประจำ โดยอ้างว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับรถเช่าในประเทศเกาหลี และมักพักอาศัยอยู่ในพื้นที่พัทยามากกว่า

อดีตภรรยายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังหย่าร้างกันแล้ว ไม่ได้ติดต่อหรือพบเจอกันอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุอันตรายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง อยู่ระหว่างเร่งขยายผลอย่างละเอียด เพื่อสืบหาที่มาของอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์ทั้งหมด ว่าถูกลักลอบนำเข้ามาจากแหล่งใด รวมถึงมีเป้าหมายจะนำไปใช้ก่อเหตุในลักษณะใดหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หลังพบของกลางบางรายการเข้าข่ายเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีอานุภาพร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...