โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดมุมมองวิศวกรรมเพื่อการจัดการน้ำมันรั่วในทะเล แนะวิธีจัดการอย่างยั่งยืน

The Reporters

อัพเดต 02 ก.พ. 2565 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2565 เวลา 09.10 น.

จากเหตุการณ์น้ำมันรั่วบริเวณใกล้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นตัวของสังคมในด้านการจัดการน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ทะเลและถูกพัดพาเข้ามาสู่พื้นที่ชายฝั่ง ตลอดจนผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เหตุการณ์น้ำมันรั่วในครั้งนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงและเปรียบเทียบกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในปี 2556 บริเวณอ่าวพร้าว จังหวัดระยองเช่นเดียวกัน ทั้งในมุมมองผลกระทบและการจัดการเพื่อกำจัดน้ำมันและทำความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อน ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ในหลากหลายด้านและเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมในการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงลดผลกระทบทางลบที่อาจจะเกิดขึ้น

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “เปิดมุมมองวิศวกรรมเพื่อการจัดการน้ำมันรั่วในทะเล” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมในการจัดการเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นในทะเล โดยมี ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล (รองคณบดี และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการจัดการน้ำมันรั่วและการปนเปื้อนของน้ำมัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุรักษ์ ศรีอริยวัฒน์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ เป็นวิทยากร โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดงาน

ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ผู้อำนวยการโครงการ Industrial Liaison Program (ILP) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักวิจัยในหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการจัดการน้ำมันรั่วและการปนเปื้อนของน้ำมัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึง เหตุการณ์น้ำมันรั่วที่เคยเกิดขึ้นในอดีตทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่าน้ำมันรั่วเป็นอุบัติภัยที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตลอดจนในหลายพื้นที่ทั้งในทะเลหรือบนบก ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลว่าน้ำมันรั่วขนาดใหญ่หลายครั้งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนบก ส่วนเหตุการณ์น้ำมันรั่วในประเทศไทยนั้นมีบันทึกว่ามีการเกิดขึ้นกว่า 182 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2540 จากข้อมูลของกรมเจ้าท่า โดยมีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สังคมเกิดการตื่นตัวถึงผลกระทบจากน้ำมันรั่ว คือ เหตุการณ์น้ำมันรั่วที่่อ่าวพร้าวเมื่อปี 2556 และท้ายที่สุดได้อธิบายถึงแนวทางการจัดการน้ำมันรั่วในภาพรวมที่เริ่มจากการควบคุมการเคลื่อนที่ การนำกลับน้ำมัน การใช้สารเคมีเพื่อกระจายน้ำมัน และบางกรณีที่ใช้การเผาเพื่อลดปริมาณน้ำมันที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือแนวทางการจัดการน้ำมันรั่วเมื่อปนเปื้อนบนพื้นที่ชายฝั่ง ตลอดจนหยิบยกกรณีศึกษาที่มีการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศมาเป็นตัวอย่าง

ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการจัดการน้ำมันรั่วและการปนเปื้อนของน้ำมัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการจัดการน้ำมันรั่วอย่างยั่งยืน 9 ด้าน ได้แก่ (1) โมเดลคาดการณ์การเคลื่อนที่ของน้ำมันที่รั่วไหล (Oil spill modelling) (2) ทุ่นกักน้ำมันและสกิมเมอร์ (Boom & skimmer) (3) สารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ (Bio dispersant) (4) หุ่นยนต์เก็บน้ำมันหรือทรายปนเปื้อนน้ำมัน (Oil/sand collecting robot) (5) กระบวนการล้างทรายปนเปื้อนน้ำมัน (Sand washing unit) (6) การจัดการสารล้างหลังการใช้งาน (Solvent recovery) (7) การบำบัดน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมัน (Oily waste treatment) (8) การพัฒนาจมูกอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายและการติดตามพื้นที่ปนเปื้อน (E-nose for VOC detection & site monitoring) และ (9) การสร้างความร่วมมือและการจัดการองค์ความรู้ (Engagement & Knowledge Management) รวมถึงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืนในการดำเนินการเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงการบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุรักษ์ ศรีอริยวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักวิจัยในหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการจัดการน้ำมันรั่วและการปนเปื้อนของน้ำมัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง การจำลองการเคลื่อนตัวของน้ำมันที่รั่วไหลจากบริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 โดยใช้แบบจำลอง Delft3D model ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์น้ำมันรั่วที่อ่าวพร้าว เพื่อคาดการณ์กระแสน้ำเนื่องจากน้ำขึ้นน้ำลง และนำกระแสน้ำที่ได้ไปใช้คาดการณ์การเคลื่อนตัวของน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลด้วยแบบจำลอง GNOME ร่วมกับข้อมูลลมที่ได้จากเว็บไซต์ Windy.com รวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยแบบจำลองดังกล่าวสามารถระบุพื้นที่ชายฝั่งที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและเส้นทางการเคลื่อนที่ของน้ำมันที่รั่วไหล ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์และเห็นถึงความเร่งด่วนที่จะต้องรีบจัดการกับปัญหา รวมถึงการประเมินผลกระทบและการวางแผนฟื้นฟูในระยะยาวสำหรับบริเวณที่มวลน้ำมันมีการเคลื่อนที่ผ่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...