โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อภิสิทธิ์” นำทัพ ปชป. ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย สักการะพระเจ้าตากฯ - ชู แก้วิกฤตคอร์รัปชัน-เศรษฐกิจ

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 01.40 น.

“อภิสิทธิ์” นำทัพ ปชป. ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย สักการะพระเจ้าตากฯ - ชู แก้วิกฤตคอร์รัปชัน-เศรษฐกิจ ย้ำ พร้อมคุมเกมรัฐบาล ถ้าได้เสียงหนุน - ท้า ปชช. ‘เลือกเราเยอะ เขาหนีไม่ออก’

เวลา 07.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วงเวียนใหญ่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เดินหน้าหาเสียงต่อในเขตเลือกตั้งที่ 24 เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ) เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางปะกอก) พร้อมผู้สมัคร สส.กทม. เขต24 เบอร์ 7 นางสาวมารีญา ฤกษ์ดี โดยเริ่มจากการสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะขึ้นรถแห่ต่อไปยังตลาดวงเวียนใหญ่ เพื่อพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยถึงการสื่อสารกับคนกรุงฯ และคนทั่วประเทศในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ตนคิดว่าตอนนี้ทุกพรรคก็เร่งหาเสียง อาจจะมีการเน้นย้ำจุดที่คิดว่าเป็นจุดแข็งของแต่ละพรรค แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์อยากจะสื่อสารถึงประชาชนทุกคน คือ เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของการเป็นโอกาสให้เราหลุดพ้นจากหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับประเทศในขณะนี้ แทบจะเรียกได้ว่าในแง่ของวิกฤตคอร์รัปชันก็ดี การที่เศรษฐกิจติดหล่มมาเป็นเวลานานก็ดี การที่สังคมยังมีความแตกแยกก็ดี ถ้าเราไม่ระมัดระวัง แล้วมาเลือกตั้ง มองว่าเป็นเรื่องของการเลือกตั้งกันอีกครั้ง แข่งขันกันอีกครั้ง อีก 4 ปีสถานการณ์อาจจะยิ่งหนักกว่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารคือประชาธิปัตย์พร้อมที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ เป็นทางรอดที่ปลอดภัย ด้วยความพร้อมในเรื่องของนโยบาย บุคลากร และจุดยืนทางการเมือง

เมื่อถามว่าช่วงเวลา 4 เดือนที่เข้ามา ทำได้ขนาดนี้ ถือว่าพร้อมมากแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำต่อไปเรื่อยๆ งานหนักก็ยังรออยู่ข้างหน้า ทั้ง 2-3 วันข้างหน้า ทั้งหลังการเลือกตั้งด้วย แต่ก็ขอบคุณที่ประชาชนที่สนับสนุนให้การทำงานของคณะผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคมาได้ถึงจุดนี้ ซึ่งดูเหมือนทุกคนยอมรับว่าเรามาได้ไกลพอสมควร เทียบกับสถานการณ์เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ประกอบกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้เรามีเวลาน้อยมากในการทำงาน

เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้มา เห็นว่ากระแสประชาธิปัตย์ฟีเวอร์ แล้วในเรื่องของการปราศรัย เหมือนมีการตอบโต้กันไปมา อย่างล่าสุดเมื่อวานนี้ พรรคภูมิใจไทยไป เขาก็เหมือนจะมีการตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาน้ำประปานั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จริงๆ แล้วในที่สุด คนหาดใหญ่ คนสงขลา ก็จะต้องเป็นผู้ให้คำตอบ เพียงแต่เราก็อยากจะเห็นการหาเสียงที่แข่งขันกันในเรื่องของการนำเสนอแนวทางของการแก้ไขปัญหา ก็น่าเสียดายว่าหลายครั้ง รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงไปทุกครั้งก็พยายามที่จะด้อยค่าการทำงานของพรรคการเมืองอื่น สิ่งที่เราตกใจคือ บนเวทีปราศรัยของพรรคประชาชน ก็ดูเหมือนมาทำให้เกิดการแบ่งแยก แม้กระทั่งเรื่องคนหาดใหญ่ คนระโนด ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น

เมื่อถามต่อว่าพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีการปราศรัยใหญ่ คือวันสุดท้ายที่เรียกว่าจบแล้ว จะสื่อสารกับคนทั้งประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ก็ยังไม่จบ วันเสาร์มีอีกหนึ่งวัน เราก็ทำงานจนถึงนาทีสุดท้าย ย้ำว่าวันนี้เราเสนอทางเลือก ทางรอด ที่สำคัญสำหรับวิกฤตต่างๆ ถ้าเรามีโอกาส สามารถที่จะเข้าไปร่วมรัฐบาลได้ เราจะเป็นผู้คุมเกมให้ประชาชนได้มั่นใจ ในเรื่องของการที่มีรัฐบาลที่ต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต การปราบปรามทุนเทา การสร้างบ้านเมืองสุจริต ต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนที่เราเคยโตในอดีตได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ประเด็นที่เป็นความละเอียดอ่อน ความขัดแย้งในทางสังคมการเมืองค่อยๆ หมดไป ด้วยการมาหาทางออกร่วมกัน

ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่า ตัวเลข สส. ที่จะได้ จะทำให้ถูกใครๆ ก็มารุมจีบ เหมือนเป็นตัวแปร นายอภิสิทธิ์ ดล่าวว่า ตนยังไม่อยากจะไปคาดเดาตัวเลข แต่ก็ขอจากประชาชนว่าถ้าเติมกำลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์มากๆ เราทำหน้าที่นี้ได้แน่นอน

สำหรับกรณีการที่ประกาศล่วงหน้าว่า ถ้าได้เข้าไปร่วมไม่ว่าฝ่ายไหน จะไปคุมเกมรัฐบาล ตรงนี้อาจทำให้พรรคการเมืองเขาไม่เทียบเชิญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ถ้าประชาชนเลือกเราเยอะๆ เขาก็หนีไม่ออก

ปชป.ชู เศรษฐกิจสีเขียว-กระจายอำนาจท้องถิ่นแก้ปัญหาขยะ - เผย วิกฤตขยะกรุงเทพฯ วันละหมื่นตัน จี้เพิ่มงบ-โรงงานระบบปิดลด PM2.5

เวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล
เขตเลือกตั้งที่ 21 เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) ร่วมแถลงข่าวเรื่องรถขยะและการจัดการขยะ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในขณะที่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงขณะนี้ ความสนใจส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ประเด็นการเมือง ตนอยากย้ำว่าผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ได้เก็บเรื่องปัญหาในพื้นที่หรือปัญหาในภาพรวมของคนกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งของประเทศ เพื่อเตรียมเข้าทำงานอย่างเต็มที่ นั่นแสดงให้เห็นว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค หรือผู้ที่จะเข้าไปเป็น สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่เราให้ผู้สมัคร สส.เขต เก็บประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาของพื้นที่ เพื่อเตรียมการแก้ไขอย่างเต็มที่

สำหรับเรื่องปัญหาขยะนี้ นอกจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเทคนิคที่ต้องกำจัดขยะแล้ว แต่สะท้อนถึง 2 ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ คือ เรื่องของการที่จะต้องทำเศรษฐกิจสีเขียว นั่นหมายความว่านอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับ หรือการบริหารจัดการปัญหาขยะ หรือมลพิษที่ดีขึ้น เรามองเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเรื่องพลังงาน ที่เป็นพลังงานทางเลือกด้วย นอกจากนั้นสิ่งที่เป็นตัวสะท้อนอีกประการหนึ่ง คือ แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ในขณะที่ตนลงพื้นที่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ก็มีการพูดถึงปัญหาหลายปัญหาของพื้นที่ ซึ่งในที่สุดแล้วถ้ารอส่วนกลางทำก็ช้าเกินไป หวังพึ่งท้องถิ่นกำลังก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์จะกระจายอำนาจและให้ท้องถิ่นมีทรัพยากรที่สามารถรวมทรัพยากรเพิ่มเติมขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องของเงินอุดหนุน แต่สามารถที่จะจัดเก็บภาษีหรือกันภาษีไว้ใช้ในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการมีอำนาจในการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การกระจายอำนาจเดินไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ควบคู่กับการจัดการปัญหาขยะได้ดียิ่งขึ้น

ด้าน นายสกลธี เปิดเผยว่า วันนี้ ดร.กิตพล เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตประเวศ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับบ่อขยะของกรุงเทพมหานครมาหลาย 10 ปี ซึ่งทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีโครงการมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ในการที่จะทำโรงงานกำจัดขยะที่เขตประเวศ ซึ่งจะเปิดใช้ในกลางปีนี้ แต่ในภาพรวมของทั้งประเทศเรื่องระบบการกำจัดขยะยังไม่เข้มแข็งและแข็งแรงเหมือนของกรุงเทพมหานคร ที่ได้บริหารงานท้องถิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เราอยากช่วยอุดหนุนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดูแลเรื่องการกำจัดขยะ และมีผลต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝุ่น P.M. 2.5 ด้วย โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้ ยังใช้การฝังกลบประมาณ 50% ของปริมาณขยะแต่ละวัน ซึ่งไม่ได้มีการพัฒนาที่จะเพิ่มขีดจำกัดในการกำจัดขยะในระบบปิดและถูกกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามได้มีการอนุมัติการฝังกลบเพิ่มสัญญาใหม่ ซึ่งทำให้การที่จะทำระบบที่ถูกสุขลักษณะเป็นไปได้ยาก

ขณะที่ ดร.กิตพล ระบุว่า ตนเกิดและโตมากับกองขยะ เห็นสภาพปัญหาในการจัดการขยะของคนวันละ 10,000 ตัน กับโรงงานกำจัดขยะทั้ง 3 แห่ง ปัญหาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศที่ต้องได้รับปัญหากลิ่นขยะ วันนี้แนวทางในเรื่องการจัดการ การทำโรงงานกำจัดขยะระบบปิด ซึ่งครั้งแรกได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในเขตหนองแขม เป็นการเผาขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า และที่ผ่านมาได้มีการทำโรงงานแห่งที่สองเกิดขึ้นในเขตประเวศ เป็นขนาด 1000 ตัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นมีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เพราะเรื่องของการจัดการขยะของคนกรุงเทพฯ แต่ละปีใช้งบประมาณปีละ 5000 ล้านบาท แต่เราจัดเก็บค่าทำเนียมแต่ละปีได้เพียง 400 ล้านบาท เราไม่มีเม็ดเงินพอที่จะมาสร้างโรงงานขยะระบบปิด ซึ่งสามารถกำจัดขยะและทำลายขยะให้ชาวกรุงเทพมหานครและไม่ให้มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่น ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่น P.M. 2.5 นี่ก็เป็นสิ่งที่อยากจะผลักดันในฐานะที่มาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่เขตประเวศ แต่รวมถึงเขตรอบๆ ที่ได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้มีอะไรให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในฐานะผู้เสียสละเลย แต่สิ่งเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์เรามีนโยบายในเรื่องการจัดการ ทั้ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือพ.ร.บปต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เราอยากนำเสนอคือ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา อาจมองว่าเป็นสิ่งเล็กๆ หรือเป็นปัญหาท้องถิ่น แต่ก็เป็นปัญหาที่ชาวกรุงเทพและคนไทยได้รับผลกระทบตลอดมา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะผลักดันให้เป็นโรงงานขยะระบบปิดทุกระบบ เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะและผลกระทบในเรื่องของกลิ่นฝุ่น P.M. 2.5 เราไปดำเนินการในเรื่องการแก้ปัญหา เราบอกกับเอกชนและประชาชนว่าห้ามจุดไฟเผา ห้ามดำเนินการเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่จะก่อให้เกิดฝุ่น แต่เราไม่เคยกลับมาดูว่าโรงงานกำจัดขยะหรือหน่วยงานของภาครัฐที่ต้นตอของฝุ่น P.M. 2.5 ในเรื่องการจัดการ แม้ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาในการกำจัดขยะ แต่ก็ไม่ควรที่จะมีผลกระทบกับประชาชนไม่ว่าจะเรื่องกลิ่นหรือฝุ่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...