โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Thailand RISE Fund : รีแบรนด์กองทุนวิจัยไทย ปลดล็อกงานวิชาการสู่ “เศรษฐกิจนวัตกรรม”

TODAY

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานฟอรัมระดับประเทศ “Thailand RISE Fund Forum : RISE UP THAILAND ปลุกพลังวิจัย ให้ไทยอัป ครั้งที่ 3” ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เพื่อปลดล็อกงานวิจัยสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเวทีนี้ถือเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญสำหรับนักวิจัยในภาคกลางและภาคตะวันออก หลังจากที่ได้เดินสายสร้างความเข้าใจในบทบาทใหม่ของกองทุนมาแล้วในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน คือการเปลี่ยนงานวิจัยจากผลงานทางวิชาการให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงระบบที่ค้นหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับประเทศ โดยจุฬาฯ พร้อมทำหน้าที่เป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ไม่เพียงเป็นพื้นที่บ่มเพาะองค์ความรู้ แต่พร้อมบ่มเพาะทุนมนุษย์คุณภาพสูงให้เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งการสนับสนุนจาก Thailand RISE Fund ในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อกงานวิจัยออกจากห้องทดลองไปสู่การใช้ประโยชน์จริงที่จับต้องได้ ทั้งในระดับนโยบายและระดับชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและแข่งขันได้บนพื้นฐานเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ขณะที่ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ระบุว่า การพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ จำเป็นต้องขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน ตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์เชิงนโยบายไปจนถึงการสนับสนุนทุนวิจัยเชิงเป้าหมายที่เชื่อมโยงผลลัพธ์สู่ภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยเวที Thailand RISE Fund Forum นี้ถือเป็น “พื้นที่กลาง” ในการสานพลังสื่อสารและเชื่อมโยงการทำงานของเครือข่ายกว่า 300 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและพลังใจให้นักวิจัยผลิตงานที่ตอบโจทย์นวัตกรรมไทยแบบก้าวกระโดด เพราะการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือ หัวใจสำคัญที่จะทำให้งานวิจัยไม่ได้เป็นเพียงแค่องค์ความรู้ แต่เป็นเครื่องมือยกระดับประเทศและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

ด้านผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการอำนวยการ สกสว. และประธานคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์สื่อสารกองทุน ววน. เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ “กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” สู่ชื่อใหม่ Thailand RISE Fund ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ จากการเป็นแหล่งทุนสนับสนุนงานวิชาการ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Research, Innovation, Science Excellence และ Ecosystem เพื่อปิดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะมิติ Ecosystem ที่เน้นสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ รัฐ และชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมทั้งระบบ

“แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาปริมาณงานวิจัยไทยจะเติบโตขึ้นกว่า 2.8 เท่า โดยมีการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกกว่า 20,000 ชิ้นต่อปี แต่โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยนจาก “ปริมาณ” ให้เป็น “คุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม” เพื่อไม่ให้งานวิจัยอยู่เพียงบนหอคอยงาช้าง แต่ต้องเป็นตัวกลางเชิงระบบที่เชื่อมงานวิจัยเข้ากับโจทย์เศรษฐกิจจริง และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลกระทบได้ (Proof of Impact) มากกว่าจำนวนบทความตีพิมพ์ เป้าหมาย คือ การสร้างธุรกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมใหม่บนฐานความรู้ไทย โดยยุทธศาสตร์สำคัญของ Thailand RISE Fund คือ การลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการในภูมิภาคเข้าถึงข้อมูล และเกิดเครือข่ายพัฒนาโครงการร่วมกันตามบริบทเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ สะท้อนการปรับโครงสร้างจากระบบรวมศูนย์สู่ระบบนิเวศแบบกระจายโอกาส”

ผศ.ดร.เอกก์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ Thailand RISE Fund ยังมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านการสร้างแบรนดิ้งและสัญลักษณ์กองทุนบนผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะนำโจทย์ปัญหาจริงมาเปลี่ยนเป็นงานวิจัยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นให้กับประเทศต่อไป

ในส่วนของ ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวเสริมถึงกลไกการทำงานของกองทุนว่า ภายใต้กองทุนมีงบประมาณสนับสนุนกว่า 20,000 ล้านบาท และมุ่งสู่ 30,000 ล้านบาทในอนาคต มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบอย่างยืดหยุ่น ผ่าน Fundamental Fund ซึ่งเป็นงบประมาณพื้นฐานที่จัดสรรให้แต่ละมหาวิทยาลัยตามขนาดและผลการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยภายใน และ Strategic Fund ทุนสนับสนุนตามกรอบเป้าหมายสำคัญของประเทศ เพื่อต่อยอดงานวิจัยที่มีศักยภาพสู่ระดับยุทธศาสตร์ โดยกองทุนเปิดกว้างให้ทั้งนักวิจัย บุคคลภายนอกจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสะท้อนปัญหาจริงใน 25 ประเด็นหลักของประเทศ ผ่านระบบร่วมลงทุน (Co-investment) เพื่อใช้เงินภาษีประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นำไปสู่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้กองทุนนี้ มีครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยเชิงนโยบายที่นำไปสู่กฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ไปจนถึงงานวิจัยเชิงพาณิชย์และสาธารณสุขที่ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองแบรนด์โทฟุซัง (Tofusan) การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัดข้าวไทย รวมถึงนวัตกรรมที่ต้องใช้เวลาวิจัยต่อเนื่องยาวนานอย่างแผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม 3 มิติ และโครงการรากฟันเทียมฝีมือคนไทย ที่ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จนสามารถบรรจุเข้าสู่สิทธิ์บัตรทอง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่างานวิจัยนวัตกรรมไทยในปัจจุบันสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และเข้าถึงวิถีชีวิตของคนไทยในทุกมิติ

Thailand RISE Fund มุ่งยกระดับงานวิจัยไทยจาก “งานเพื่อวารสาร” สู่ “งานเพื่อประเทศ” โดยเพิ่ม Impact เชิงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต วางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผู้สนใจสามารถติดต่อ สกสว. pr@tsri.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...