คนเจน Gen Z สายเปย์ Z ยอม ‘อดมื้อกินมื้อ’ ทุ่มเพื่อน้องหมามา ดันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโต
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงสร้างสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คนโสดเพิ่มขึ้น ครอบครัวมีขนาดเล็กลง และวิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบทำให้หลายคนต้องใช้ชีวิตลำพังมากขึ้น ความเหงาและความต้องการใครสักคนที่อยู่ข้างๆ จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ “หมาและแมว” ที่ถูกยกสถานะจากสัตว์เลี้ยงธรรมดา กลายเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้กำลังผลักดันให้ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้เลี้ยงจำนวนมากพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่ออาหารที่มีคุณภาพ ดีต่อสุขภาพ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยง ทำให้แบรนด์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเร่งพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ตั้งแต่อาหารเกรดพรีเมียม อาหารเฉพาะช่วงวัย ไปจนถึงสูตรเฉพาะด้านสุขภาพ
จากความเหงาของคนเมือง สู่การเติบโตของ “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” ตลาดอาหารหมาแมวจึงไม่ใช่เพียงธุรกิจเล็กๆ อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเซกเตอร์ที่น่าจับตาในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยในเวลานี้
แม้ว่าตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยยังคงพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง แม้สภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้ "สวนกระแส" อย่างน่าสนใจ ภายใต้แนวคิดการเลี้ยงสัตว์เป็นลูกหรือสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ที่เข้มข้นขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์มูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยปี 2569 จะเติบโตอยู่ที่ 5-6% ด้วยมูลค่าส่งออกราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีปัจจัยกดดันจากฐานสูง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดใหญ่มีการเร่งนำเข้าในปีก่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากทั้งตลาดยุโรปที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดเอเชียที่คาดว่าจะรีบาวด์กลับมาหลังจากหดตัวลงเมื่อปีก่อน ประกอบกับจุดแข็งของไทยในการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมยังมีความต้องการในตลาดโลกสูง จากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักและให้ความสำคัญกับโภชนาการอาหารของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ปัจจัยบวกเหล่านี้เป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
อินไซต์ Gen Z สายเปย์ที่แท้จริง "ยอมอดเพื่อให้ลูกอิ่ม"
น.สพ. จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด เผยข้อมูลล่าสุดพบว่ากลุ่ม Gen Z คือเซกเมนต์ใหม่ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเพิ่มจำนวนการเลี้ยงสัตว์ใหม่ ๆ ในประเทศไทย โดยมีพฤติกรรมการบริโภคที่น่าสนใจคือ "พร้อมจ่ายไม่อั้น" เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง มีรายงานผลสำรวจที่ระบุว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคนี้กว่า 200-250 ความคิดเห็นยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า "ยอมอดอาหารเอง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้กินของดี
ต่างจากกลุ่ม Gen X ที่เน้นการดูแลสัตว์เลี้ยงตัวเดิมที่มีอยู่ให้ดีที่สุดตามอายุที่มากขึ้น กลุ่ม Gen Z จะเน้นการค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok และพร้อมจะทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือกลุ่มนี้มักจะได้รับข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้องนัก ทำให้แบรนด์ต้องเร่งให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ตลาดอาหารแมวพุ่งแรง แซงหน้าอาหารหมา
ด้านสพ.ญ. วรัทยา ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดช่องทางค้าปลีกเฉพาะทาง เผยว่า สถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน พบว่าตลาดอาหารแมวมีการเติบโตที่โดดเด่นกว่าอาหารหมาอย่างชัดเจน โดยในปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดอาหารแมวเติบโตสูงถึง 11.4% ในขณะที่อาหารหมาเติบโตเพียง 2.6% สาเหตุสำคัญมาจากอัตราการเกิดจำนวนสุนัขเกิดใหม่มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่จำนวนแมวยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องขณะที่พฤติกรรมการเลี้ยงคนหันมาเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กมากขึ้น ซึ่งกินปริมาณน้อยกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำให้ปริมาณการใช้รวมลดลง แม้เจ้าของจะเลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้นก็ตาม
ส่วนแมวเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์ต่อรสชาติอาหาร (Brand Loyalty) สูง หากเลือกกินแบรนด์ไหนแล้วจะเปลี่ยนได้ยากทิศทางและแนวโน้มโอกาสทองในกลุ่ม "สัตว์เลี้ยงสูงวัย" และ "อาหารเฉพาะโรค
สำหรับเทรนด์ที่น่าจับตาที่สุดในปี 2569 คือการก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยของสัตว์เลี้ยง" ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของสุนัขเพิ่มขึ้นเป็น 11 ปี และแมว 12 ปี โดยมีสุนัขถึง 25% ที่เข้าสู่ช่วงสูงวัย นี่จึงเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับอาหารสูตรพิเศษ Specialty Care อาหารที่ช่วยดูแลเรื่องนิ่ว (โดยเฉพาะในแมว), โรคไต, โรคหัวใจ และปัญหาผิวหนัง
นอกจากนี้ Royal Canin พบว่าเทรนด์ Longevity เป็นเทรนด์ที่พัฒนามาจากพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไปของ Pet Parents ที่ต้องการดูแลน้องแมวน้องหมาเหมือนที่ดูแลสุขภาพของตัวเอง และต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา ทำให้เกิดเทรนด์การบริโภคหรือเลือกบริการแบบ Hyper-personalized ที่มีคัดสรรอาหารและการบริการต่าง ๆ ให้เหมาะกับน้องแมวน้องหมาแต่ละตัวมากขึ้นตามสายพันธุ์หรือความต้องการเฉพาะ
ส่วนการทำการตลาดของบริษัท 2569 จะเน้นกลยุทธ์การตลาด AI Avatar และการสื่อสารผ่านความเชี่ยวชาญแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึง Gen Z มากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยี AI Avatar มาช่วยในการไลฟ์สดให้ความรู้และขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการสร้างโปรแกรม "Guru" เพื่อรับรองความเชี่ยวชาญให้กับพนักงานหน้าร้านและคลินิก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มักจะเข้ามาปรึกษาปัญหาเรื่องโภชนาการ
อย่างไรก็ตามตลาดในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 32,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8.5% และคาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ ตลาดรวมจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องในระดับ 5-6% ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ใหม่ ๆ ที่พยายามนำเสนอ Value-added ทั้งในแง่ของนวัตกรรมสารอาหารและความยั่งยืน (Sustainability) ของแหล่งที่มาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก