วัดกำลัง 10 บิ๊ก อสังหาฯ ปี 68 กำไรวูบทั่วหน้า “แสนสิริ” เบียดขึ้นแชมป์สวนหนี้ครัวเรือนพุ่ง
อสังหาฯ ปี 68 เข้าภาวะปรับฐานรับมือดีมานด์ชะลอตัว ชี้ผู้บริโภคหันซบบ้านมือสองราคาเข้าถึงง่ายกว่า สแกนวินัยการเงิน 3 ค่ายใหญ่ "SIRI-AP-SC" แกร่งสุด ประคองกำไรหดตัวไม่เกิน 15% ท่ามกลางวิกฤตกำลังซื้อเปราะบาง กางโรดแมปปี 69 คาดตลาดเคลื่อนสู่ "สมดุลใหม่" รับอานิสงส์มาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง พร้อมแนะ 4 กลยุทธ์ประคองสภาพคล่อง
5 มีนาคม 2569 - ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ตกอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงในทุกเซกเมนต์สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้ประกอบการ ขณะที่ฝั่งดีมานด์เผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์โยกย้ายไปยังตลาด "บ้านมือสอง" มากขึ้น เนื่องจากช่องว่างราคาที่จูงใจกว่าโครงการใหม่
จากการสำรวจผลประกอบการ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่า เกือบทุกบริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้พัฒนาระดับท็อปยังคงรักษาเสถียรภาพผ่านการบริหารต้นทุนขายและบริหาร (SG&A) อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเน้นระบายสต็อกโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move) เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน
อันดับ 1 แสนสิริ
มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว
อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์
มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท รายได้รวม 37,626 ล้านบาท มุ่งเดินเกมเติบโตเชิงคุณภาพต่อในปี 69 ควบคู่โครงสร้างการเงินที่มั่นคง และความร่วมมือพันธมิตรระดับสากล
อันดับ 3 ศุภาลัย
มีกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท รายได้รวม 24,772 ล้านบาท มีการกระจายพอร์ตทั้งกรุงเทพฯ ภูมิภาค และต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ช่วยสร้างฐานรายได้ระยะยาว
อันดับ 4 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
กำไรสุทธิ 3,716 ล้านบาท รายได้ 23,200 ล้านบาท
อันดับ 5 ควอลิตี้เฮ้าส์
มีกำไรสุทธิ 1,728 ล้านบาท รายได้ 7,882 ล้านบาท
อันดับ 6 เอสซี แอสเสท
มีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท รายได้ 20,649 ล้านบาท
อันดับ 7 แอสเซทไวส์
มีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท รายได้ 9,419 ล้านบาท
อันดับ 8 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
มีกำไรสุทธิ 720 ล้านบาท รายได้ 9,223 ล้านบาท
อันดับ 9 อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์
มีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท รายได้ 6,555 ล้านบาท
อันดับ 10 แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์
มีกำไรสุทธิ 29 ล้านบาท รายได้ 6,734 ล้านบาท
ในเชิงวิเคราะห์ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าบริษัทที่มีพอร์ตกระจายตัวและมีวินัยทางการเงินสูงจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาด โดย แสนสิริ, เอพี ไทยแลนด์ และ เอสซี แอสเสท เป็นเพียง 3 บริษัทจากทั้งหมดที่สามารถคุมสัดส่วนกำไรสุทธิไม่ให้ลดลงเกิน 15% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ในตลาดระดับบน (High-end) ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ที่ยังมีกำลังซื้อจริง (Real Demand) รองรับอยู่
"สมดุลใหม่" ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ทัศนะถึงทิศทางเศรษฐกิจอสังหาฯ ว่าแม้ภาพรวมจะอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่สัญญาณบวกเริ่มปรากฏในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนโยบายภาครัฐและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
"แนวโน้มปี 2569 คาดว่าตลาดจะค่อยๆ เคลื่อนไปสู่สมดุลใหม่ ภายใต้เศรษฐกิจที่กำลังปรับฐานและสร้างเสถียรภาพมากขึ้น จากปัจจัยนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบางและระดับหนี้ที่สูงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง"
4 เข็มทิศขับเคลื่อนอสังหาฯ ปี 69 : เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
พลัสฯ ระบุว่า ความสามารถในการแข่งขันนับจากนี้จะไม่ใช่วัดกันที่จำนวนยูนิตที่เปิดตัว แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มและการรักษาสภาพคล่องผ่าน 4 ปัจจัยหลัก:
- Quality over Quantity : การมุ่งเน้นคุณภาพในทำเลศักยภาพและการดูแลหลังการขาย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โครงการในตลาดระดับบนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว
- Financial Discipline & Recurring Model : การสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการขายและรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน
- Lifestyle Personalization : การออกแบบที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม เช่น สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และกลุ่มรักสัตว์ (Pet Friendly) เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อเฉพาะเจาะจง
- Smart Tech as a Standard : การนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการอาคารเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความปลอดภัย ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงการที่อยู่อาศัย
"องค์กรที่สามารถยกระดับการทำงานเชิงคุณภาพและสร้าง Ecosystem ที่รองรับการใช้ชีวิตครบวงจร จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของตลาด"
บทสรุปของปี 2568 จึงสะท้อนให้เห็นว่า"วินัยทางการเงิน" และ"การเลือกทำเล" คือกุญแจสำคัญที่ทำให้บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ยังคงทำกำไรได้ แม้อยู่ในภาวะตลาดที่การเติบโตของรายได้รวม (Top-line) ถูกกดดันอย่างหนักจากปัจจัยมหภาค
หมายเหตุ : ข้อมูลรวบรวมจากงบการเงินที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้