โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐบาลกางแผนรับมือสำรองน้ำมันสูงสุด 90 วัน พร้อมงัดมาตรการภาษี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

4 มีนาคม 2569 เวลา 16.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พร้อมทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานร่วมในประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งการจัดเตรียมมาตรการดูแลผลกระทบทั้งด้านพลังงาน ด้านราคาสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ และด้านตลาดเงินและตลาดทุน

นายพิพัฒน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงาน โดยรัฐบาลขอให้ประชาชนไทยอย่าได้ตื่นตระหนกเรื่องของน้ำมันไม่เพียงพอ เพราะขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมที่จะหาพลังงานในส่วนต่าง ๆ เข้ามาเพื่อชดเชย

“เบื้องต้นที่มีการประกาศไปแล้วคือเรื่องน้ำมันสำรองที่เราสามารถที่จะรองรับได้ 60 วัน นั่นหมายความว่าถ้าเราไม่มีพลังงาน หรือไม่มีน้ำมันดิบหรืออะไรเข้ามาสู่ประเทศไทยเลย เราสามารถยืนได้ 60 วัน แต่กระทรวงพลังงานก็ยังมีความสามารถที่จะหาน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ เพราะมีการซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว 50% ดังนั้นถึงแม้ว่า 60 วันหมดไป ก็ยังมีน้ำมันสำรองอีก 50% หรือเรายังต้านได้อีกประมาณ 30 วัน รวมแล้วก็เกิน 90 วัน” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานยังประสานในหลายๆ ตลาดเพื่อหาน้ำมันดิบ หรือก๊าซ LNG เข้ามาเพื่อป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าในการผลิตกระแสไฟฟ้า ควบคู่ไปกับพลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน และการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าหากมีความจำเป็นได้ด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยแจ้งรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากแหล่ง อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการแหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอมีความเหมาะสมกับสถานการณ์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมยังมอบหมายกระทรวงพลังงานร่วมกับ กระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบต่อระดับราคาพลังงานภายในประเทศ โดยต้องติดตามสถานการณ์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลังก่อนว่า เมื่อได้เข้ามาดูระดับราคาน้ำมันในประเทศได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายของนายกฯ หากมีความจำเป็นต้องดูแลต่อไป ก็อาจใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตมาดูแลด้วย

พร้อมกันนี้ในการจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่มาจากอ่าวไทยและเมียนมา รัฐบาลพร้อมเร่งผลิตมากขึ้นรวมทั้งจะรีบนำแหล่งผลิตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Joint Development Area: JDA) เสนอเข้ามายังที่ประชุมครม. เร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ให้กระทบภายในประเทศน้อยที่สุด

ขณะที่การดูแลด้านตลาดเงินและตลาดทุน ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่ากลไก Circuit Breaker ที่หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อร่วงลงทะลุ 8% วันนี้ก็ช่วยให้คนปรับตัวเข้าใจสถานการณ์ได้ดี และปิดตลาดวันนี้ก็มีมูลค่าการซื้อขายสูง โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและยืนยันว่าเสถียรภาพยังมั่นคงมาก พร้อมทั้งใช้เครื่องมือในการติดตามและดูแลในกรณีที่มีการไถ่ ถอนหน่วยลงทุนผิดปกติ และติดตามสภาพคล่องสุทธิของผู้ประกอบการบริษัทหลักทรัพย์ที่ยังเพียงพอ

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากช่วงก่อนการเกิด เหตุการณ์ความไม่สงบสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค แต่โดยรวมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสองอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องการกักตุนและการขึ้นราคาที่ไม่มีเหตุผล โดยทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดในทุกพื้นที่ หากพบเหตุการณ์จะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าและบริการเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด

ต่อมาคือเรื่องการขนส่งสินค้า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประสานงานกับภาครัฐและเอกชน ทั้งผู้ประกอบการขนส่งทางบก เรือ และอากาศ เพื่อหาแนวทางเฝ้าระวังและดูแลต้นทุนค่าขนส่ง โดยจะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 6 มี.ค. นี้ เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะขณะนี้พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของค่าประกันภัยที่สูงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์ ส่วนการดูแลต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย ที่มีการนำเข้าจากตะวันออกกลาง กระทรวงพาณิชย์จะกำลังเร่งเจรจากับตลาดอื่นเพื่อให้มีปุ๋ยในราคาที่เหมาะสม เช่น มาเลเซียและบรูไน เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...