โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทวงคืนศักดิ์ศรีมะพร้าวน้ำหอมไทย ดันกลับขึ้นท็อปลิสต์

Khaosod

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ราชบุรี แก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ พร้อมหารือหน่วยงานตรวจสอบสะสางปัญหานอมินีในพื้นที่

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งพบปัญหาสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำ ภาพรวมของมะพร้าวน้ำหอมพื้นที่ จ.ราชบุรีในปัจจุบัน ปัญหาการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนอย่างหนัก อุปสรรคการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออก

ทั้งนี้ ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำส่วนใหญ่ เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ 1.ภาคการเกษตร ในประเทศมีการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพร้อมกันหลายพื้นที่ ผลผลิตออกพร้อมกัน ทำให้ผลผลิตล้นตลาด อุปทานมากกว่าอุปสงค์ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ไม่มีทุนที่จะต่อยอดบำรุงต้นมะพร้าว ผลผลิตจึงมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ราคาตกต่ำต่อเนื่อง

2.ภาคผลสดส่งออก แบ่งออกเป็น 2 ด้าน
2.1 โรงงานของคนไทยที่มีมาตรฐานสากล ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงกว่าในการปฏิบัติตามกฎหมายโรงงาน ทั้งภาษี การทำมาตรฐานสากลต่างๆ ด้านคุณภาพและความปลอดภัยมาตรฐานอาหาร ลูกค้าต่างชาติชะลอการสั่งซื้อสินค้า สูญเสียตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมให้กับประเทศอื่น

เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าและมีความผันผวนของราคาที่ต่ำกว่าไทย ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกไทย ผันตัวมาเป็นผู้รับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ/ขาย

2.2 โรงงานของทุนต่างชาติหรือนอมินี มีการลงทุนที่ครบวงจรตั้งแต่ การเช่าเหมาสวน โรงผลิต โรงบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง-ส่งออก มีช่องทางจัดจำหน่ายเอง ทำให้เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่ควบคุมราคารับซื้อ/ขายได้หมด และกำหนดเกณฑ์รับซื้อเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมเกรดดีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่า จากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (บางแห่ง) หรือไม่ได้มีการทำระบบมาตรฐานเต็มรูปแบบ แสดงบัญชีขาดทุนในไทยแต่กำไรปลายทางอยู่ต่างประเทศ รัฐบาลของนักลงทุนต่างชาตินั้นส่งเสริมการลงทุน ช่วยเรื่องภาษีในการนำเข้าสินค้าจากบริษัทต่างชาติของตนเองในไทย

3.ภาคแปรรูปอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวน้ำหอม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน
3.1 บริษัทของคนไทยเป็นโรงงานมาตรฐาน โรงงานใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% โรงงานที่เป็นน้ำมะพร้าวปรุงแต่งมีการแจ้งปริมาณสัดส่วนปรุงแต่งที่แท้จริง

3.2 บริษัทนักลงทุนต่างชาติ โรงงานที่ดำเนินการผลิตได้ตามมาตรฐานมีทั้งมะพร้าวน้ำหอม 100% และที่มีมะพร้าวน้ำหอมปรุงแต่งผสมตามสัดส่วนที่ใช้จริง โรงงานที่ดำเนินการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ผลิตน้ำมะพร้าวปลอมปน หรือผสมปรุงแต่ง แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ใช้จริง

ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหามะพร้าวน้ำหอมของไทย ได้แก่ สินค้าปลอม เช่น เติมน้ำตาล แต่งกลิ่น และผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นแต่แจ้งว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลกระทบต่อมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% คือ ของแท้ขายไม่ได้

โรงงานไทยสู้ราคาถูกไม่ได้ ผู้บริโภคเข้าใจผิดรสชาติมะพร้าวไทย ประเทศไทยเสียชื่อเสียง โดยปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อเนื่อง คือ ขายมะพร้าวน้ำหอมไม่ได้ โรงงานหยุดรับซื้อ เกษตรกรขาดรายได้ ลดคุณภาพสวน ราคาตกต่ำ

สรุป อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยต้องเผชิญกับ 4 วิกฤตปัญหา คือ 1.ช่วงผลผลิตขาดตลาด ราคาพุ่งสูง แข่งขันในตลาดไม่ได้ 2.ช่วงผลผลิตล้นตลาด ราคาต่ำ โรงงานเกิดภาวะ Over Stock 3.การแข่งขันต้นทุนต่ำจากทุนต่างชาติ และ 4.สินค้าปลอมปนทำลายคุณภาพและราคามะพร้าวน้ำหอมไทย

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า หลังการพูดคุย กรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น มาถอดบทเรียนสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่เป็นไปตามกลไลราคาของตลาด และการแก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะยาว

โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้
1.ภาคการเกษตร
1.1 บริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก-ป้องกันภาวะมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด
1.2 ภาครัฐช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรให้มีเงินทุนในการบำรุงสวนมะพร้าว

2.ภาคการผลิต
2.1 บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมทุกนักลงทุน ด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น (นอมินี)

2.2 จัดระเบียบมาตรฐานสินค้า แยกพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ที่ชัดเจนระหว่างน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% กับมะพร้าวผสม และตั้งหน่วยงานรับรองคุณภาพที่ชัดเจน ปราบปรามสินค้าปลอม ปกป้องสินค้าแท้ 100%

2.3 สนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างเป็นธรรม โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเจรจาการค้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่มีการ UpSkill และ ReSkill การบริหารจัดการธุรกิจ

เพื่อให้สามารถปรับตัวและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พึ่งพาตนเองได้ และนำไปสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศได้ ช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแบ็กอัพสำคัญช่วยส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการข้างต้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

โดยที่ประชุมได้หารือมาตรการในการตรวจสอบและปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยเฉพาะในธุรกิจต้องห้ามตามบัญชีท้ายที่สงวนไว้ให้คนไทย

ปัจจุบันตรวจพบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ จ.ราชบุรี มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 3 ลักษณะ และคาดว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในจ.ราชบุรี ผันผวนหนัก ดังนี้

1.การเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูกเอง โดยชาวต่างชาติใช้คนไทยในการจัดตั้งบริษัทเข้าซื้อที่ดินหรือทำสัญญาเช่าที่ดินกับเกษตรกรในพื้นที่

2.การแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร ทำให้ตัดวงจรการซื้อขายมะพร้าวจากเกษตรกรไทยโดยตรง
และ 3.การกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ตกต่ำอย่างผิดปกติ เนื่องจากกลไกตลาดถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนต่างชาติ

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมจึงได้ร่วมกันกำหนดทิศทางและแผนดำเนินการตรวจสอบเพื่อสะสางปัญหานอมินีที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาภัยทางเศรษฐกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทยแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระยะยาวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดและเน้นย้ำให้คนไทยไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย

หากพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกองธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

“โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.569 กรมจะจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจกับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เน้นการตรวจสอบเชิงลึก และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใส สร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทย ก่อนลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีอีกครั้งและพื้นที่จังหวัดอื่นต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทวงคืนศักดิ์ศรีมะพร้าวน้ำหอมไทย ดันกลับขึ้นท็อปลิสต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...