โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กกต.รับรองผลเลือกตั้ง สส.แล้ว 499 คน เผยคำร้องอื้อ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเติม รวมถึงการออกเสียงประชามติ ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต. ได้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต รวม 396 คน ล่าสุด กกต. ได้มีคำสั่งให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต เพิ่มเติมอีก 3 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.จันทุบรี และเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พะเยา เหลือเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สุพรรณบุรีเท่านั้น เนื่องจากมีการพบการกระทำของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ส่อไม่สุจริตและอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ส่วนการรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้มีการนำผลคะแนนของทุกพรรคการเมืองมารวมกัน ซึ่งอยู่ที่ 35,030,579 คะแนน จากนั้นหารด้วยจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อที่พึงมี คือ 100 คน จะได้ค่าเฉลี่ยในการคำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อสรุปออกมาแล้ว พบว่า พรรคการเมืองที่มี สส.แบบบัญชีรายชื่อสูงที่สุด คือ พรรคประชาชน 32 คน รองลงมาพรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน

ส่วนพรรครวมใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐ มีอย่างละ 1 คน รวมทั้งสิ้น มี สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่ง กกต. จะเปิดให้ สส.บัญชีรายชื่อรับหนังสือรับรองที่ สำนักงาน กกต. ได้ในวันที่ 5-6 มี.ค.69 เวลา 08.30-16.30 น

ทั้งนี้ การเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52,933,610 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,816 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 71.43% บัตรเสีย 1,669,106 ใบ หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.42% และไม่เลือกบัญชีรายชื่อใด 1,108,123 ใบ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.93%

ส่วนการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง 52,933,610 คน ในจำนวนนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,812 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 71.43% บัตรเสีย 1,337,452 ใบ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.54% และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,608,250 ใบ หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.25%

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า กกต. ประกาศรับรอง สส. รวดเร็วเกินไปนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร บอกว่า ในกระบวนการเลือกตั้งหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง กกต. ก็สามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ หรือสั่งงดประกาศผลการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ได้ดำเนินการพิจารณาและสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย ย้ำว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่ระเบียบกฎหมายได้กำหนดเอาไว้

รวมถึงกรณีที่อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อที่แตกต่างกันนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร บอกว่า ข้อมูลจาก ECT Report นั้น เป็นข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการ แต่ข้อมูลล่าสุดเป็นการประกาศผลรวมคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้ง และทุกเขตเลือกตั้ง รวมถึงคะแนนนอกราชอาณาจักรด้วย ทั้งนี้ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ที่ไม่ตรงกันมาจากหลายสาเหตุ เช่น บัตรเขตนอกราชอาณาจักร มีการส่งบัตรกลับมาไม่ครบ 2 ใบ โดยอาจจะมีบัตรแบ่งเขตใบเดียว บัตรบัญชีรายชื่อไม่มีมา หรือ กปน.มีการเพิ่มชื่อขอใช้สิทธิ์เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

ส่วนการประกาศผลการออกเสียงประชามติ พบว่า มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ 52,933,610 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์ 36,870,266 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 69.65% โดยเห็นชอบ 21,621,638 คะแนน หรือคิดเป็นสัดส่วน 58.64% ไม่เห็นชอบ 11,241,653 คะแนน หรือคิดเป็นสัดส่วน 30.49% ไม่แสดงความคิดเห็น 3,074,330 คะแนน หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.34% และมีบัตรเสีย 932,583 ฉบับ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.43%

ด้านนายครรชิต เปิดเผยถึงคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. ว่า ขณะนี้มีทั้งหมด 246 เรื่อง โดยทุกเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง และการดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนไต่สวน ซึ่งมีขั้นตอนในการรวบรวมพยานหลักฐาน และการให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อกล่าวหา ที่ต้องใช้ระยะเวลา เมื่อพิจารณาประกอบระยะเวลาที่ต้องประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเห็นว่า ไม่สามารถดำเนินการสืบสวนไต่สวนคำร้องได้ทันในกรอบ 60 วัน กกต. จึงได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้งไปก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในกลุ่มภารกิจสืบสวนยังดำเนินการตามปกติ หากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรม ก็สามารถที่จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดได้

ส่วนคำร้องที่เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ มีทั้งหมด 6 คำร้อง อยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน และระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ สั้นกว่าการเลือกตั้ง สส. อนุมานได้ว่า ไม่สามารถดำเนินการเสร็จได้ทัน จึงมีการประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน

นายครรชิต ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนไต่สวน กรณี กปน. มีพฤติการณ์ส่อกระทำการทุจริตหรือไม่ เช่น กปน.ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะนี้รับเป็นความปรากฏ เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดแล้ว และอยู่ระหว่างสืบสวนไต่สวน

ส่วนกรณี กปน. จังหวัดพะเยา อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นเดียวกัน และ กกต.จังหวัดพะเยา ก็ได้สืบสวนเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

ขณะที่ กรณีมีการพบใบขีดคะแนนไปอยู่ในบ่อขยะจังหวัดสมุทรปราการนั้น นายครรชิต ระบุว่า กกต.ได้มีมติให้ดำเนินการการร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อหาตัวบุคคลที่นำอุปกรณ์ต่างๆไปทิ้งไว้ตรงบ่อขยะ

นอกจากนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ก็ได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ต่อนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.หมอเกศ จากกรณีที่ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ที่ไม่ได้มาจากการรับรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ส่วนกรณีที่ กกต. มีการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน ทั้งในจังหวัดชลบุรี และกรุงเทพมหานครนั้น นายครรชิต บอกว่า ในส่วนของจังหวัดชลบุรี เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการ ส่วนเขตคันนายาวพนักงานสอบสวน ได้นัดหมายผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปให้ถ้อยคำแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

ส่วนกรณีที่มีสื่อมวลชนถูกแจ้งความดำเนินคดี 1 ราย แต่ในที่เกิดเหตุมีสื่อมวลชนจำนวนมากนั้น มีพฤติการณ์แตกต่างกันอย่างไร นายครรชิต ระบุว่า เบื้องต้นได้นำภาพกล้องวงจรปิดและหลักฐานต่างๆ มาตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใดบ้าง ซึ่งจะเป็นขั้นตอนในการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายครรชิตเพิ่มเติม นายครรชิต ระบุว่า ขอไปอธิบายกับพนักงานสอบสวน ส่วนจะมีใครถูกดำเนินคดีเพิ่มหรือไม่ อยู่ที่กระบวนการสืบสวนสอบสวน

เมื่อถามถึงการตั้งข้อกล่าวหาอั้งยี่ ซ่องโจร แรงไปหรือไม่ พฤติการณ์เข้าข่ายแบบนั้นหรือไม่ นายครรชิต ยิ้มและตอบเพียงว่า “ตามนั้นแหละครับ”

ส่วนกรณี บริษัทสเปคเตอร์ ซี ที่มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กกต. นายครรชิต ระบุว่า ก็เหมือนการร้องเรียนเข้ามาปกติ เพียงแต่ตรงนี้เกี่ยวกับพรรคการเมือง ส่วนจะสอบสวนว่าเชื่อมโยงกับความวุ่นวายต่างๆ และเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น นายครรชิต ระบุว่า สเปคเตอร์ซีเป็นจุดเริ่มต้น ต้องไปดูก่อนว่า มีวิธีการทำงานอย่างไร.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...