โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยหลุดโผบัญชี’ตลาดออนไลน์ละเมิดลิขสิทธิ์’เหลือเพียง 1แห่ง

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสหรัฐฯ รายงานตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ปี 68 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทย แต่เหลือตลาดพื้นที่การค้า 1 แห่ง เหตุมีความพยายามลักลอบขายสินค้าละเมิด ตั้งแผงชั่วคราว หรือเปลี่ยนวิธีขาย เตรียมลุยจัดการต่อ

5 มี.ค.2569-นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2569 ตามเวลาสหรัฐฯ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือรายงาน Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า (Physical Markets) 32 แห่งใน 19 ประเทศ โดยในส่วนของไทย ไม่ปรากฏชื่อตลาดออนไลน์ แต่มีเพียงศูนย์การค้า MBK Center ที่อยู่ในกลุ่มตลาดย่ายการค้าที่มีการละเมิดสูง

ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่สถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ซึ่งเป็นผลจากการที่กรมได้ผลักดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทยลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดอย่างทันท่วงที และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

ส่วนย่านการค้าที่ยังมีชื่ออยู่ 1 แห่ง กรมตระหนักว่ายังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดในบางลักษณะ โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราวหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปราม และที่ผ่านมา เจ้าของศูนย์การค้าได้ให้ความร่วมมือในการปราบปราม โดยใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา และจากนี้ จะดำเนินการเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดอีกต่อไป

“กรมจะหารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการดำเนินการด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยมุ่งหวังให้การประเมินในครั้งต่อไป จะสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของประเทศได้อย่างเหมาะสมและรอบด้าน”นางอรมนกล่าว

นางอรมนกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการจากนี้ กรมพร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ์ โดยมุ่งปราบปรามการละเมิด

ทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่

นอกจากนี้ จะเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย และจะรณรงค์ประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...