โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท. เปิดเวที ‘EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP’ ชูพลังวัฒนธรรมอาหาร 9 จว. กระจายรายได้ตลอดเส้นทาง

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 18.30 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคตะวันออก ร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซิกท์ ประเทศไทย และ พันธมิตรด้านการเดินทาง ประกาศแนวทางการยกระดับการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ผ่านโมเดล Drive Tourism ที่ส่งเสริม “การขับรถเที่ยว” ให้เป็น “การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง” ชู อัตลักษณ์รสชาติของเมือง (Flavor Identity) ชวนออกตามหารส ภายใต้แคมเปญ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” พร้อมแนะนำ Gastronomad Lifestyle

  • Drive Tourism คือหัวใจของ “Journey Economy” เพราะมูลค่าไม่ได้เกิดแค่ปลายทาง แต่เกิดตลอดเส้นทางการเดินทาง

เวทีครั้งนี้ตอกย้ำว่า Drive Tourism คือโอกาสสำคัญในการเพิ่ม “คุณค่าต่อทริป” ผ่านการออกแบบเส้นทางที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายหลายจุด ทั้งอาหาร คาเฟ่ ประสบการณ์ท้องถิ่น และการต่อยอดสู่การพักค้างคืน ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยภาพรวมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกสร้างมูลค่าราว 11.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 374 ล้านล้านบาทในปี 2025 (ประมาณ 10% ของ GDP โลก) (WTTC) ตัวอย่างในรัฐควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย Drive Tourism มีมูลค่ามากถึงประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีหรือ 199,800 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของ Road Trip ที่สามารถสร้างรายได้ระดับภูมิภาคได้จริง

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “โครงการ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP เป็นแคมเปญกระตุ้นการเดินทางด้วยเสน่ห์ของแต่ละเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านอาหาร คัดสรรมาสร้างธีมเป็นแรงจูงใจให้ไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในแบบสีสันภาคตะวันออกครบทั้ง 9 จังหวัด โดยเน้น Lifestyle นักท่องเที่ยวที่ขับรถไปเที่ยวได้เองเชื่อมโยงกับ Gastronomy Tourism ที่เป็นเหตุผลดึงดูดให้เราออกเดินทาง โครงการลักษณะนี้จะช่วยยกระดับภาคตะวันออกจากเส้นทางผ่าน ให้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในระยะยาว” ที่เที่ยวบ่อย เที่ยวซ้ำ ไปได้ตลอดปี

นายภูมน สมดี ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ ประเทศไทย กล่าวว่า รูปแบบการท่องเที่ยวแบบ Road Trip กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์เดินทางยุคใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการเก็บเกี่ยวความสุขตลอดเส้นทาง โดย ซิกท์ (SIXT) พร้อมออกแบบบริการแบบ End-to-End ตั้งแต่ขั้นตอนการรับรถจนถึงการคืนรถ เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าจดจำ โดยเฉพาะเส้นทาง ‘EAT THE EAST’ ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ค้นพบเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคตะวันออกอย่างลึกซึ้ง

สำหรับการร่วมมือในครั้งนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้าง Travel Ecosystem ที่ช่วยให้การตัดสินใจท่องเที่ยวภาคตะวันออกเป็นเรื่องง่าย คุ้มค่า และครบวงจรในทริปเดียว นอกจากนี้ ซิกท์ยังมีรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่นเพื่อรองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง BMW ที่จะเข้ามาเติมเต็มและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น

ทำไมต้อง ‘ภาคตะวันออก’?

ภาคตะวันออกถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่องของ The Grand Road Trip เพราะเป็นภูมิภาคที่เหมาะสมที่สุดในการต่อยอดการท่องเที่ยวแบบเส้นทางด้วย 3 เหตุผลหลัก ได้แก่ การเดินทางสะดวกและเชื่อมเมืองได้ดี เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบระยะสั้น (Short Break) มีความหลากหลายของปลายทางในภูมิภาคเดียว ทั้งทะเล สวนผลไม้ เมืองเก่า ชุมชน คาเฟ่ และวัฒนธรรมร่วมสมัย มีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่าการเดินทาง ผ่านการออกแบบประสบการณ์อาหารและการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพักค้างคืน

  • Gastronomad: เมื่อ “รสชาติ” กลายเป็นเหตุผลของการเดินทางที่ออกแบบได้

หัวใจสำคัญของ EAT THE EAST คือการเชื่อมแคมเปญเข้ากับแพลตฟอร์มสื่อและประสบการณ์อย่าง Gastronomad ที่นำโดย จอย ชลธิชา โลหะชาละ เชฟเบล พิมพ์ทิพย์ Master Chef Season 5 ต้อม กฤษฎากร สุขมูล ช่างภาพอาหารมือรางวัล ที่เชื่อว่า นักสำรวจยุคใหม่ไม่ได้เดินทางเพื่อไปเช็กอิน แต่เดินทางเพื่อเข้าใจโลกผ่านอาหาร และเมื่อเส้นทางถูกออกแบบด้วยเรื่องเล่า การท่องเที่ยวจะกลายเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่าทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน นักเดินทางในรูปแบบนี้เป็น “สื่อเชิงวัฒนธรรมอาหารของเมือง” ที่ร่วมบอกเล่าเรื่องราวของเมืองผ่านรสชาติ ผู้คน และบริบทท้องถิ่น

ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN) กล่าวว่า “EAT THE EAST ไม่ได้เริ่มจากการขายสถานที่ แต่เริ่มจากการชักชวนทุกคนให้เป็นนักเล่า ‘วัฒนธรรมอาหาร’ ของแต่ละเมือง ความอยากรู้ทำให้อยากขับรถออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะเมื่อรสชาติกลายเป็นเหตุผลของการเดินทาง เมืองก็จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เราไม่ชวนรีวิวร้าน แต่ชวนทุกคนออกเดินทางไปสัมผัสรสที่ชอบ ตามแบบฉบับของตัวเองและร่วมกันเล่าเรื่องบนสื่อของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน”

เส้นจันทร์ผัดปู เมนูจากจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด
  • กิจกรรมและการขับเคลื่อนแคมเปญ เปิดตัวอัตลักษณ์ 9 จังหวัด ด้วย Flavor Identity

ภายในโครงการมีการพัฒนา Brand Essentials ครบทั้ง 9 จังหวัด เพื่อทำให้แต่ละเมืองมี “อัตลักษณ์รสชาติ” ที่ชัดเจนและนำไปต่อยอดได้จริง ทั้งด้านสื่อ การตลาด และการออกแบบเส้นทาง แนวคิดเด่นของแต่ละจังหวัด อาทิ

  • สมุทรปราการ “Gate to the Flavor Road” พร้อม Bang Krachao Layover และ Gourmet Cycling
  • ฉะเชิงเทรา “Bangpakong River Feast” เมืองแห่งรสชาติจากสายน้ำ ผืนป่าและความศรัทธา
  • ชลบุรี “Seafood Capital & Coastal Living Paradise”
  • ระยอง “Slow Coast & Fruit Valley”
  • จันทบุรี “Herbs Route Experience & Heritage Food Walk”
  • ตราด “Island-to-Table, Mangrove-to-Table Journey”
  • นครนายก “Green Adventure Taste”อาหารจากป่า น้ำ และการผจญภัยสีเขียว
  • ปราจีนบุรี “Herbal Wisdom & Wellness Flavor”ภูมิปัญญาสมุนไพรกับอาหารเพื่อสุขภาพ
  • สระแก้ว “Frontier Flavors”รสชาติชายแดนและอัตลักษณ์ข้ามวัฒนธรรม

เมื่อนำอัตลักษณ์ของเมืองมาเชื่อมโยงกันเป็นธีมเส้นทางท่องเที่ยว จะเห็นอารมณ์ของ Road Trip 3 แบบที่ทำให้ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นขึ้นมา ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอาหาร ชวนให้นักเดินทางตั้งโจทย์ในการไปสืบค้นและตามหารสชาติได้ด้วยตัวเอง 3 ธีมที่กล่าวมา ได้แก่

1. River & Coastal Balance Route สมุทรปราการ – ฉะเชิงเทรา – ชลบุรี อาหารลุ่มน้ำสู่ชายฝั่ง

2. Forest & Herbal Wellness Route นครนายก – ปราจีนบุรี อาหารจากป่า สมุนไพร และสุขภาวะ

3. Fruit – Treasure – Island Route ระยอง – จันทบุรี – ตราด สวนผลไม้ สมุนไพร และอาหารจากเกาะ

กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ชอบการออกแบบทริปได้เอง ได้แก่

1) Slow Explorers – นักเดินทางสายช้า มีคุณภาพ ครอบครัวหลายช่วงวัย กลุ่มวัยทำงานตอนปลายถึงวัยเกษียณ อยาก “ขับรถเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ” ชอบแวะกิน แวะพัก แวะเรียนรู้ มองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่เช็กอิน

2) Social Food Explorers – นักเดินทางสายกินและสายโซเชียล เดินทางเอง (FIT) ใช้ social media เป็นแหล่งค้นหาแรงบันดาลใจ ใช้การกินเป็น Social Currency ทำให้ภาคตะวันออกเป็น “แหล่งของกินที่ต้องไป” มีเรื่องเล่าอาหารที่ถ่ายรูป แชร์ และเล่าต่อได้

3) Visiting Friends and Relatives (VFR) & Homecoming Travelers – พาเพื่อน พาครอบครัวเที่ยวบ้านเกิด คนที่มีบ้านหรือครอบครัวอยู่ในภาคตะวันออก เดินทางกลับบ้าน พร้อมพาเพื่อนหรือครอบครัวเที่ยว อยาก “อวดบ้านตัวเอง” อยากพาคนอื่นไปกินของอร่อยที่รู้จัก ภูมิใจในอาหารและท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการจับจ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพและเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในภูมิภาคตะวันออกปี 2568 เติบโต 5% สะท้อนให้เห็นว่าภาคตะวันออกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางแบบขับรถเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับโครงการ “EAT THE EAST : The GRAND ROAD TRIP” ไม่ใช่เพียงแคมเปญส่งเสริมการขาย แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์การเดินทางในบทบาท “Travel & Lifestyle Enabler” เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับเสน่ห์ท้องถิ่นผ่านอาหาร เส้นทาง และจุดแวะพักสำคัญ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก กว่า 100 แห่งใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวช่วยวางแผนการเดินทางท่องเที่ยว และยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไม่ใช่เพียงการมอบส่วนลด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

สำหรับโครงการ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” เผยแพร่ content บนแพลตฟอร์ม Thailandgastronomynetwork ทุกช่องทาง และ facebook page : เที่ยวตะวันออกและ Amazing Thailand ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2569 รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ทาง facebook : Thailandgastronomynetwork

  • ข้อมูลสถิติเพิ่มเติมจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ภาคตะวันออกของไทยก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 3 ของประเทศในปี 2025 เป็นรองจากกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคใต้ มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวประมาณ 14–15% และสร้างรายได้ประมาณ 3.7 – 4.1 แสนล้านบาท เติบโตจากกระแส Drive Tourism การท่องเที่ยวระยะสั้น และประสบการณ์อาหาร ซึ่งทำให้เกิดการใช้จ่ายตลอด

เส้นทาง ไม่กระจุกตัวเฉพาะจุดหมายปลายทาง สะท้อนบทบาทใหม่ของภาคตะวันออกในฐานะกลไกสำคัญของเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ตัวเลขสำคัญด้านการท่องเที่ยวไทย (ปี 2025)

  • คนไทยเดินทางท่องเที่ยวรวม 320–330 ล้านทริป
  • สร้างรายได้รวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท

ภาคตะวันออกไม่ใช่แค่เมืองรองอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจการเดินทางไทย ที่การใช้จ่ายเกิดขึ้นตลอดเส้นทาง

เกี่ยวกับ EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP

EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP เป็นแคมเปญ Drive Tourism ที่ยกระดับการท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านวัฒนธรรมอาหารและการออกแบบเส้นทาง โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจให้แก่เมือง ชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านการเล่าเรื่องเชิงวัฒนธรรม การสร้างประสบการณ์ที่จองได้จริง และการทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน

……..

TAT launches “EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP”

Positioning drive tourism as a catalyst for regional economic growth

The Tourism Authority of Thailand (TAT) Eastern Region, in collaboration with the Thailand Gastronomy Network (TGN), Krungthai Card Public Company Limited (KTC), SIXT Thailand, and regional partners, has introduced “EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP,” an initiative designed to position drive tourism as a strategic economic model for Thailand’s Eastern region.

The program brings together nine eastern provinces — Samut Prakan, Chachoengsao, Chonburi, Rayong, Chanthaburi, Trat, Nakhon Nayok, Prachinburi and Sa Kaeo — to promote travel through food culture, local identity and curated self-drive routes that encourage spending throughout the journey, not just at the destination.

Drive tourism is increasingly recognized as part of the emerging “journey economy,” where economic value is generated along the entire travel route. Carefully designed itineraries can stimulate expenditure across multiple touchpoints, including local dining, cafés, cultural experiences and overnight stays, helping distribute income more widely to communities and regional businesses.

Globally, tourism contributed approximately US$11.7 trillion (around 370–380 trillion baht), accounting for about 10% of global GDP in 2025, according to the World Travel & Tourism Council (WTTC). In Queensland, Australia, drive tourism generates an estimated AUD 9 billion annually (approximately 210–220 billion baht), highlighting its potential to support regional economies.

Ms. Kanokkittika Kritwutikon, Executive Director for the Eastern Region at TAT, said the initiative is designed to elevate the region from a transit corridor into a long-term destination through its distinctive culinary and cultural identity.

“Food is a powerful driver of travel decisions. By connecting gastronomy with self-drive tourism, we aim to encourage travelers to explore multiple destinations within a single journey, helping spread tourism income more evenly across the region and throughout the year,” she said.

A key pillar of the campaign is its integration with the Gastronomad concept, a storytelling platform led by a network of chefs, food experts and visual storytellers who view travel as a way to understand places through taste, culture and people.

Associate Professor Dr. Jutamas Wisansing, President of the Thailand Gastronomy Network (TGN), said the initiative invites travelers to become ambassadors of local food culture.

“Rather than simply promoting destinations, we encourage people to explore each province through its culinary heritage. When taste becomes the reason for travel, it creates new economic opportunities for local communities while preserving cultural identity,” she said.

The Eastern region was selected as the pilot area due to its strong connectivity, diverse landscapes and the ability to link multiple destinations within a short drive. The initiative presents the region through three thematic routes, connecting coastal destinations, forest and wellness areas, and fruit-growing and island communities into a cohesive travel experience.

Mr. Phumon Somdee, General Manager of SIXT Thailand, said road trips are becoming a defining element of modern travel.

“Travel today is about the experience along the way, not just the destination. Seamless mobility plays a key role in enabling travelers to explore more deeply and discover local culture at their own pace,” he said.

Ms. Varitta Phatanarajta, Head of Credit Card Marketing Division at KTC, said spending via KTC credit cards in the Eastern region grew by 5% in 2025, reflecting its continued strength as a destination for self-drive travel.

“‘EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP’ is more than a promotional campaign. It is designed to connect travelers with local experiences through food, routes and curated stopovers. KTC supports the journey as a travel and lifestyle enabler, offering privileges across more than 100 partner locations in the nine provinces, including restaurants, cafés and accommodations, to help enhance the overall travel experience,” she said.

Campaign content will be featured across Thailand Gastronomy Network platforms and on key social media channels, including the Eastern Thailand Travel and Amazing Thailand pages, from March to June 2026.

Tourism outlook

According to the Ministry of Tourism and Sports and TAT, the Eastern region ranked as Thailand’s third most visited destination in 2025, after Bangkok/Central and the South, accounting for around 14–15% of total tourist arrivals and generating an estimated 370–410 billion baht in revenue.

Thailand recorded approximately 320–330 million domestic trips in 2025, generating about 2.7 trillion baht in tourism income. The rise of drive tourism, short-break travel and food-led experiences is positioning the Eastern region as an increasingly important engine of the country’s tourism economy.

About EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP

“EAT THE EAST: THE GRAND ROAD TRIP” is a drive tourism initiative that promotes the Eastern region through food culture and curated travel routes. The project aims to create economic opportunities for local communities through storytelling, bookable experiences and cross-sector collaboration.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...