โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“บวรศักดิ์” กางกฎหมายชัด! นับคะแนนใหม่–คัดค้านเลือกตั้ง ย้ำ กกต.ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 11.36 น.

“บวรศักดิ์” กางกฎหมายชัด! นับคะแนนใหม่–คัดค้านเลือกตั้ง คนละเรื่องแต่โยงถึงกัน ย้ำ กกต.ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ไม่ใช่แค่เสียงประท้วง โซเชียลไม่พอ ต้องสู้ด้วยข้อเท็จจริง!

วันที่ 12 ก.พ. 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "วันนี้จะมาให้ความรู้เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการนับคะแนนใหม่และการคัดค้านการเลือกตั้งโดยประชาชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่เป็น2เรื่องแยกจากกันแต่่เกี่ยวพันกันได้

1.การนับคะแนนใหม่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 116 กำหนดให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดหีบบัตรเลือกตั้งต่อหน้าประชาชนแล้วนับคะแนน มาตรา 117 กำหนดให้การนับคะแนนทำ ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผยติดต่อกันจนเสร็จสิ้น และห้ามเลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน

คำถามมีว่า ถ้าระหว่างนับคะแนน ประชาชนที่สังเกตการณ์นับคะแนนเห็นความผิดปกติ จะสามารถทักท้วงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้แน่ มิฉะนั้นจะให้ประชาชนไปสังเกตได้อย่างไร ทั้งยังมีอาสาสมัครที่มาจากนิสิตนักศึกษาที่กกตให้ไปสังเกตการณ์ด้วย ถ้ามีประชาชนทักท้วง กฎหมายก็เขียนไว้@ชัดเจนในมาตรา 140 วรรคสอง (2) ว่า“ การคัดค้านเกี่ยวกับการนับคะแนนให้คัดค้านในระหว่างเวลาที่ที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ หรือในกรณีคัดค้านการรวมคะแนนให้คัดค้านก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง” คำถามจึงมีว่าผู้สงสัยได้คัดค้านตามมาตรา 140 วรรคสอง(2) แล้วหรือไม่ ถ้าไม่ได้คัดค้านระหว่างนั้น ก็เป็นเรื่องของ กกต ที่จะวินิจฉัยล่ะครับ

แต่ถ้านับคะแนนเสียงเลือกตั้งเสร็จแล้วกฎหมายให้ประกาศผลการนับคะแนน จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ โดยต้องประกาศโดยเปิดเผย แล้วรายงานผลการนับคะแนนต่อ กกต ประจำเขตเลือกตั้ง เป็นอันสิ้นสุดการนับคะแนน

เมื่อสิ้นสุดการนับคะแนนแล้วปรากฏว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนนไปแล้ว กฎหมายบังคับให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบความถูกต้องหรือบกพร่อง พร้อมตั้งแจ้งให้กกต. ประจำเขตเลือกตั้งทราบ และนำส่งหีบบัตรและอุปกรณ์ต่อกกตประจำเขต กกต ประจำเขต อาจสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นได้

แต่ถ้าเห็นว่าความไม่ถูกต้องนั้น 1) ไม่ได้เกิดจากการทุจริต และ2) ไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปลี่ยนแปลง กกตประจำเขตจะสั่งให้ยุตติเรื่องก็ได้ ซึ่งหมายความต่อไปว่าถ้าเกิดจากการทุจริตหรือจะทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกตประจำเขตก็ต้องงดการประกาศผลเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือถ้าเห็นว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ก็ต้องงดประกาศผลการเลือกตั้งแล้วให้นับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้(ดูมาตรา 122และ 124)

จะเห็นได้ว่า พรบประกอบรัฐธรรมนูญให้อำนาจ กกต แต่กกต.จะใช้อำนาจตามใจชอบไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่ผมเอามาให้ดูไม่ว่าจะเป็นมาตรา 224(2)หรือ (3) หรือมาตรา 225 หรือมาตรา 226 กำหนดให้กกต ต้องสืบสวน ไต่สวน หรือกกต พบเห็นการกระทำด้วยตนเองที่ กกต.สงสัยว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ก็อาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยหรือทุกหน่วย แต่รัฐธรรมนูญบังคับว่า ต้องมี“หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม

นี่ก็แสดงให้เห็นว่ากกตเอาเพียงแต่คำพูดหรือการประท้วงมาเป็นเหตุในการใช้ดุลพินิจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่ได้ ถ้ายอมให้ทำได้ กฎหมู่ก็จะอยู่เหนือกฎหมาย หลักฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นการหาหลักฐานมาให้กกต. พิจารณาจึงเป็นหัวใจ ไม่ใช่การชุมนุมประท้วง หรือโพสต์ตามโซเชียลมีเดีย

กกต.เอง ก็รู้อยู่ว่าต้องยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หากผิดไปจากรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ก็เสี่ยงที่จะถูกกฎหมายเล่นงานเสียเอง บทเรียนในอดีตที่กกต. บางคนต้องโทษจำคุก คงยังไม่เลือนไปจากความทรงจำ

ผมเข้าใจและเห็นใจ กกต. ถ้าผมเป็นกกต เอง ผมก็จะไม่เต้นรำไปตามเสียงปี่เสียงกลองที่คนอื่นตีให้

แต่ผมก็เข้าใจหัวใจประชาชนผู้สงสัย ได้แต่ เอาใจช่วยว่า ท่านต้องหาหลักฐาน ที่น่าเชื่อถือให้ได้ ครับ เพราะเมื่อมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้”ว่า การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต. ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

2) การคัดค้านการเลือกตั้ง ถ้ามีการประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้ว มาตรา 140 ก็ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นคัดค้านต่อ กกต ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ์เลือกตั้งหรือที่ตนสมัครรับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมโดยยื่นคัดค้านการเลือกตั้งได้ตั้งแต่ ภายใน 30 วันตั้งแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง เว้นแต่การคัดค้านการเลือกตั้งเพราะผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้จ่ายเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ได้ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งกฎหมายให้คัดค้านได้ตั้งแต่วันเลือกตั้งไป 180 วัน

ผมเอารัฐธรรมนูญและกฎหมายมากางให้ดูแล้ว ทำให้ถูกรัฐธรรมนูญและกฎหมายก็จะได้ชื่อว่าเคารพ “ หลักนิติธรรม” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...