โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UNESCO ร่วม ศธ.และ หัวเว่ย เปิดตัว “ห้องเรียนอัจฉริยะ” ในบุรีรัมย์และศรีสะเกษ เร่งขับเคลื่อนการศึกษาดิจิทัล

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยูเนสโก (UNESCO) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัทหัวเว่ย ประเทศไทย ได้เปิดตัว “ห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)” ในโรงเรียนนำร่อง 10 แห่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดศรีสะเกษ ภายใต้โครงการ “โรงเรียนแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัลสำหรับทุกคน (Technology-enabled Open Schools for All)” เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยยกระดับการเรียนการสอนและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

วันที่ 4 มีนาคม 2569 โรงเรียนนำร่อง 10 แห่งในจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ เปิดตัว Smart Classroom อย่างเป็นทางการภายใต้โครงการ โครงการโรงเรียนแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัลสำหรับทุกคน (Technology-enabled Open Schools for All – TEOSA) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างยูเนสโกและหัวเว่ย นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาดิจิทัลของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการโรงเรียนแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัลสำหรับทุกคน ดำเนินการโดย สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และสำนักงานผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Bangkok) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพครูให้มีทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ดิจิทัล และสนับสนุนการพัฒนานโยบายด้าน AI ในการศึกษา โครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบาย “Transforming Education in the Digital Era” ของประเทศไทย และ ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (พ.ศ. 2565–2570)

ในแต่ละจังหวัด โรงเรียนแม่ข่าย (Mother School) จำนวน 1 แห่ง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ดิจิทัลของพื้นที่ โดยเชื่อมโยงกับโรงเรียนเครือข่าย (Child Schools) ที่ติดตั้ง Smart Classroom อีก 4 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งสิ้น 10 โรงเรียน ทุกโรงเรียนได้รับการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จอแสดงผลดิจิทัลแบบอินเทอร์แอคทีฟ และแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งช่วยให้สามารถแบ่งปันเนื้อหาการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนได้แบบเรียลไทม์ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) และเปิดโอกาสให้ครูสามารถนำเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำร่องใช้งานดังกล่าวมาพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพครูผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ โดยมีครูจำนวน 45 คนจากโรงเรียนนำร่อง เข้าร่วมการสาธิตการใช้งาน Smart Classroom เมื่อวันที่ 4–5 มีนาคม

“เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยเปลี่ยนความรู้เชิงทฤษฎีให้กลายเป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลอง ทดสอบแนวทางต่าง ๆ และเห็นผลลัพธ์ได้ทันที” นายพัฒนพงษ์ มมประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนไพศาลพิทยาคม กล่าว โดยโรงเรียนไพศาลพิทยาคมเป็นหนึ่งในโรงเรียนนำร่อง 10 แห่งที่เข้าร่วมการอบรมพัฒนาศักยภาพครู ระหว่างวันที่ 4–5 มีนาคม ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้กรอบสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับครูของยูเนสโก (UNESCO AI Competency Framework for Teachers) และการนำเครื่องมือ Smart Classroom มาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน

ด้วยแนวทางแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนานโยบาย การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเสริมความเข้มแข็งของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพครู โครงการ TEOSA แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสามารถแปลงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาดิจิทัลของประเทศให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับโรงเรียนได้ วิสัยทัศน์ร่วม ศักยภาพ และทรัพยากรด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ จะยังคงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

การอบรมดังกล่าวสะท้อนแนวทางของโครงการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพครู ซึ่งเป็นประเด็นที่ นางมารีนา ปาทริเย รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานยูเนสโกภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานแห่งสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก เน้นย้ำ

“ยูเนสโกมุ่งมั่นส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีจริยธรรมและครอบคลุม เพื่อเสริมศักยภาพครูและขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนทุกคน” นางมารีนากล่าวในพิธีเปิด “แม้ห้องเรียนอัจฉริยะจะเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่สิ่งที่จะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดผลอย่างแท้จริง คือความคิดสร้างสรรค์ วิจารณญาณทางวิชาชีพ และภาวะผู้นำของครู”

ด้านนางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม ผู้อำนวยการ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงนวัตกรรมเทคโนโลยีกับนโยบายการศึกษาของประเทศ

“โครงการความร่วมมือระหว่างยูเนสโกและหัวเว่ย ภายใต้กองทุน Funds-in-Trust ด้าน Technology-enabled Open Schools for All เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือในการขับเคลื่อนการศึกษาสู่ระบบที่เปิดกว้าง ครอบคลุม ยืดหยุ่น และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว” นางสาวจิตรลดากล่าว “อนาคตของการศึกษาไม่สามารถจำกัดอยู่เพียงภายในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงภาคส่วนและชุมชนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืนสำหรับทุกคน”

ครูผู้เข้าร่วมมีโอกาสสังเกตการสาธิตจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ Huawei และครูต้นแบบ ที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวันได้อย่างไร พร้อมทั้งร่วมสะท้อนแนวทางการนำไปปรับใช้ในห้องเรียนของตนเอง

ขณะเดียวกัน ปิยาภรณ์ กิจสิริอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีควรเป็นพลังสำคัญในการลดช่องว่างทางดิจิทัลและขยายโอกาสให้กับทุกคน

“โครงการโรงเรียนแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัลสำหรับทุกคนสะท้อนความตั้งใจในการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมโยงการศึกษาที่มีคุณภาพไปสู่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มที่เข้าถึงโอกาสได้จำกัด”

ด้วยแนวทางแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนานโยบาย การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเสริมความเข้มแข็งของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพครู โครงการโรงเรียนแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัลสำหรับทุกคนแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสามารถแปลงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาดิจิทัลของประเทศให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับโรงเรียนได้ วิสัยทัศน์ร่วม ศักยภาพ และทรัพยากรด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ จะยังคงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

เกี่ยวกับยูเนสโก

องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีประเทศสมาชิก 194 ประเทศ มีส่วนสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงโดยเป็นผู้นำความร่วมมือพหุภาคีด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การสื่อสารและสารสนเทศ ยูเนสโกมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส มีสำนักงานสาขาใน 54 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 2,300 คน ยูเนสโกกำกับดูแลแหล่งมรดกโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑล และอุทยานธรณีโลกมากกว่า 2,000 แห่ง และกำกับดูแลเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ ยังกำกับดูแลโรงเรียนภายใต้โครงการการศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างชาติ เครือข่าย UNESCO Chair ในมหาวิทยาลัย และสถาบันฝึกอบรมและวิจัย รวมกว่า 13,000 แห่ง ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโกคือ คาเล็ด เอล-เอนานี

“สงครามเริ่มที่จิตใจของมนุษย์ฉันใด ความหวงแหนสันติภาพก็ต้องสร้างที่จิตใจของมนุษย์ฉันนั้น” – ธรรมนูญยูเนสโก พ.ศ. 2488 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.unesco.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...