ราคาน้ำมัน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่มีทีท่าสงบ
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 9-13 มี.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 16-20 มี.ค. 69 ท่ามกลาง สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่มีทีท่าสงบ
- โดย บริษัท Kuwait Petroleum Corp. (KPC) ของคูเวตประกาศเหตุสุดวิสัย เนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ ทั้งนี้ คูเวตผลิตและส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.พ. 69 อยู่ที่ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ
- Reuters ประเมินอิรักผลิตน้ำมันดิบลดลงกว่า 70% เทียบจากระดับก่อนเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน มาอยู่ที่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังบริษัทผู้ดำเนินการปรับลดการผลิตน้ำมันดิบ ณ แหล่ง Rumaila (1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน), Maysan (0.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และแหล่ง West Qurna 2 (0.46 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
- ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้กองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและ LNG ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมจัดตั้งหน่วยงานรับทำประกันภัยในราคาสมเหตุสมผล และพิจารณาระบายน้ำมันออกจากคลังปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์เมื่อจำเป็น เพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงาน
- คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน ขอให้โรงกลั่นในประเทศหยุดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทั้งหมด มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 69 โดยให้โรงกลั่นหยุดทำสัญญาส่งออกใหม่หรือเจรจายกเลิกสัญญาที่ทำแล้ว ทั้งนี้ จีนมีแนวโน้มส่งออก Gasoline, Gasoil และ Jet Fuel เดือน มี.ค. 69 ลดลง 1.3 ล้านตัน จากระดับก่อนมาตรการห้ามส่งออก มาอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านตัน
- วันที่ 8 มี.ค. 69 อิหร่านประกาศแต่งตั้ง Mojtaba Khamenei ขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุด แทน Ayatollah Ali Khamenei ผู้เป็นบิดาซึ่งถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในวันที่ 28 ก.พ. 69 แม้ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump กล่าวว่าต้องการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำสูงสุดเช่นเดียวกับกรณีของประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา นาง Delcy Rodriguez
น้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 8%น้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งขึ้น 8.8% สู่ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก ซื้อขายอยู่ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 8.88% ที่ระดับ 100 ดอลลาร์ แม้ว่าแผนระบายคลังสำรอง (IEA Reserve Release) ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วก็ตาม โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเคยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่เกือบ 120 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงมา และกลับมาเร่งตัวขึ้นใหม่ในวันนี้
โดย IEA ระบุว่า ประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศจะปล่อยน้ำมันจำนวน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งขึ้นหลังวิกฤตการคว่ำบาตรน้ำมันในปี 1973 และอาจมากกว่า 182 ล้านบาร์เรลที่เคยปล่อยในปี 2022
ด้านสหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะปล่อยน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) โดย Chris Wrigh รัฐมนตรีพลังงาน ระบุว่าการขนส่งอาจเริ่มได้ในสัปดาห์หน้า และจะใช้เวลาประมาณ 120 วันจึงจะเสร็จสิ้น
Saul Kavonic นักวิเคราะห์พลังงานจาก MST Marquee กล่าวว่า การตัดสินใจของ IEA ยังสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันมีความรุนแรงเพียงใด และบ่งชี้ว่า IEA ไม่เชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็วๆ นี้
ขณะที่นักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่น ต่อการระบายคลังน้ำมันสำรอง โดยสะท้อนจากจากราคาที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนจากสงครามนั้นมีน้ำหนักมากกว่า เมื่อช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดและเสี่ยงต่อการถูกโจมตี
นักวิเคราะห์ มองว่า การปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของ IEA ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันที่จำเป็นอย่างมากเข้าสู่ตลาด แต่จะสามารถปิดช่องว่างได้เพียงประมาณหนึ่งในสี่ของอุปทาน 20 ล้านบาร์เรลต่อวันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรท. ประเมิน! เหตุโจมตีเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ห่วงโลจิสติกส์ป่วน กระทบสินค้าอาหารสด
CGSI ประเมิน กลุ่มโรงไฟฟ้าของไทย เจอผลกระทบตะวันออกกลาง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาน้ำมัน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่มีทีท่าสงบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com