CIB-DBD เปิดยุทธการ ‘ปอกเปลือกนอมินี’ ทลาย 6 ล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนจีนกินรวบต้นน้ำ-ปลายน้ำ
ตำรวจสอบสวนกลางแท็กทีมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บุกราชบุรีทลายเครือข่าย ‘นอมินีมะพร้าวน้ำหอม’ ทุนจีนสวมสิทธิคนไทยคุมเบ็ดเสร็จตั้งแต่สวนถึงส่งออก แฉพฤติกรรมกดราคารับซื้อเหลือลูกละ 2 บาท ก่อนปั่นราคาขายต่างประเทศพุ่ง 50 บาท พร้อมแต่งบัญชีแจ้งขาดทุนเลี่ยงภาษี รวบ 7 ชาวต่างชาติ-10 คนไทยร่วมขบวนการ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” เข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปซึ่งเป็นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จากการตรวจค้นพบว่า 6 ใน 8 บริษัทเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยเบื้องต้นพบผู้ร่วมกระทำผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย, บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
สืบเนื่องจากปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างผิดปกติในพื้นที่ จ.ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรอย่างหนัก ทั้งที่ความต้องการในตลาดต่างประเทศยังสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. จึงสืบสวนเชิงลึกจนพบว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากกลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ได้เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาด โดยใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ในการจัดตั้งบริษัทและล้งรับซื้อมะพร้าวอำพราง เพื่อควบคุมวงจรการค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แผนประทุษกรรมของกลุ่มนี้คือการให้คนไทยถือหุ้นในบริษัท 51% ตามกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานหรือผู้ที่ถูกจ้างมาลงชื่อโดยไม่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง อำนาจการสั่งการทั้งหมด ทั้งการกำหนดราคา การรับซื้อ และการขนส่ง ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนจีนในต่างประเทศ
นอกจากนี้กลุ่มทุนยังขยายอิทธิพลด้วยการเช่าที่ดินทำสวนมะพร้าวเอง (ต้นน้ำ) ตั้งล้งแปรรูป (กลางน้ำ) และส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเอง (ปลายน้ำ) ทำให้สามารถผูกขาดตลาดและกดราคารับซื้อจากเกษตรกรไทยให้เหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ขณะที่ส่งออกในราคาลูกละ 35-50 บาท กวาดกำไรมหาศาลกลับประเทศ อีกทั้งยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลข “ขาดทุน” มาโดยตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางสำคัญจำนวนมาก ประกอบด้วย เอกสารหลักฐานการซื้อขาย สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษีกว่า 10 กล่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับนายทุนต่างชาติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อไป
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ดำเนินการ
ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งมะพร้าว) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี และได้ส่งรายชื่อ/ข้อมูลให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ล่าสุด DBD และ CIB ได้ร่วมกันแถลงข่าว ‘ปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ’ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ ห้องแถลงข่าว CIB โดยเบื้องต้น DBD และ CIB ได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของนิติบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะเข้าข่ายลักษณะนอมินี และ CIB ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นธุรกิจเป้าหมายนิติบุคคลรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปมะพร้าว พบว่า นิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และ บัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย
1) บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด
2) บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด
3) บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด
4) บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด
5) บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด
6) บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และ ชาวต่างชาติ 7 ราย
พฤติการณ์ที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น
1) นิติบุคคลมีชื่อคนไทยถือหุ้นสัดส่วน 51% แต่พบว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจและไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ
2) ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด
3) ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนดราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ
โดยแจ้งผลประกอบการ ‘ขาดทุน’ สวนทางกับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐไทยอย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องราคาเชื่อว่าจากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ การที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมเป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น ฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมฯ และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 20 ซึ่งจะมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
ที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดได้ใช้จ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีเพื่อจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น ในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนไทยและเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และกำจัดนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย
ขอแจ้งเตือนไปยังสำนักงานบัญชีให้ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณารับจ้างในกรณีดังกล่าว สำหรับสำนักงานบัญชีที่จงใจ เจตนาที่จะเอื้อประโยชน์ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป โอกาสนี้ ขอขอบคุณกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ในการป้องปรามและแก้ไขปัญหานอมินี ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องผสานความร่วมมือและร่วมกันปฏิบัติการขจัดภัยจากนอมินีให้ทุเลาเบาบางลงหรือหมดไปจากประเทศไทย
“นอมินี เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจเป็นอย่างมาก กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้ทั้งมาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามควบคู่กันไป เพื่อคุมกำเนิดนอมินีทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้อยู่หมัด พร้อมลงดาบโดยใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานจัดการนอมินีนั้นให้สิ้นซาก ขณะเดียวกัน ก็พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ต้องการเข้ามาสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศชาติ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CIB-DBD เปิดยุทธการ ‘ปอกเปลือกนอมินี’ ทลาย 6 ล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนจีนกินรวบต้นน้ำ-ปลายน้ำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net